five

การนำหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (extended producer responsibility) มาใช้จัดการบรรจุภัณฑ์ขวดพลาสติกโดยการเรียกเก็บมัดจำ

收藏
DataCite Commons2024-08-30 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2023.497
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
การเพิ่มขึ้นของความต้องการสินค้าและบริการได้นำไปสู่การใช้บรรจุภัณฑ์ขวดพลาสติกที่สูงขึ้นโดยภาคธุรกิจอย่างมีนัยยะสำคัญบรรจุภัณฑ์นี้มีวัตถุประสงค์หลายประการ เช่น การบรรจุ การป้องกัน การจัดส่งและความสะดวกสำหรับผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม การใช้บรรจุภัณฑ์ขวดพลาสติกอย่างแพร่หลายส่งผลให้เกิดปริมาณขยะพลาสติกที่เพิ่มขึ้นก่อให้เกิดความท้าท้ายด้านสิ่งแวดล้อม การเกิดขยะบรรจุภัณฑ์นี้เชื่อมโยงกับปัญหาสิ่งแวดล้อมหลายประการ เช่น การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างปิโตรเลียมที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเม็ดพลาสติกและมลพิษของดิน อากาศและน้ำเนื่องจากการกำจัดบรรจุภัณฑ์ขวดพลาสติกที่ไม่เหมาะสมจากการศึกษาพบว่า การนำหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility: EPR ) มากำหนดหน้าที่ในการจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วโดยการแปรใช้ใหม่ (รีไซเคิล) โดยหลักการดังกล่าวมุ่งให้ผู้ประกอบการในฐานะที่ผลิตหรือจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ควรเป็นผู้รับผิดชอบในผลิตภัณฑ์ตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการผลิตจนถึงการจัดการผลิตภัณฑ์เมื่อกลายเป็นขยะหรือของเสีย สอดคล้องกับหลักการผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย (Polluter Pay Principle: PPP) เนื่องจากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเช่นเดียวกับปัจจัยการผลิตลักษณะอื่น หากไม่มีการคิดถึงมูลค่าทางสิ่งแวดล้อมก็จะมีการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง ดังนั้น ราคาของสินค้าและบริการควรจะสะท้อนถึงต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมรวมไปกับต้นทุนการผลิตอย่างอื่นด้วยจากการศึกษากฎหมายต่างๆที่เกี่ยวข้องพบว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายในการจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วโดยการรีไซเคิล จะเห็นเพียงแต่กฎหมายบางฉบับที่จะเกี่ยวข้องกับการนำวัสดุรีไซเคิลมาเป็นส่วนประกอบในการผลิตบรรจุภัณฑ์ ทำให้ยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนในการจัดการบรรจุภัณฑ์โดยการรีไซเคิลต่างกับในต่างประเทศที่มีการจัดทำกฎหมายโดยการนำหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility: EPR ) มากำหนดหน้าที่ในการจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วโดยการรีไซเคิล เช่น สหภาพยุโรป (European Union) ประเทศสวีเดนหากประเทศไทยจัดให้มีมาตรการทางกฎหมายการจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วโดยการรีไซเคิลก็ย่อมสามารถลดปริมาณขยะบรรจุภัณฑ์ที่ต้องถูกกำจัดลงไปได้อย่างมีนัยยะสำคัญดังนั้น ขอเสนอมาตรการทางกฎหมาย ดังนี้1. ควรนำระบบมัดจำและคืนเงินมาใช้สำหรับบรรจุภัณฑ์ขวดพลาสติก ระบบนี้กำหนดให้ผู้บริโภคชำระเงินมัดจำเมื่อซื้อสินค้าในขวดพลาสติกซึ่งจะได้คืนเมื่อส่งคืนขวดเปล่า มาตรการทางการเศรษฐกิจนี้สนับสนุนให้ผู้บริโภคส่งคืนบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วเพื่อการรีไซเคิลซึ่งช่วยลดขยะและส่งเสริมการนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่2. ควรตรากฎหมายเพื่อกำหนดมาตรการการบริหารจัดการขยะและการหมุนเวียนทรัพยากร ที่ครอบคลุมเพื่อควบคุมการจัดการของเสียและการรีไซเคิลทรัพยากร กฎหมายดังกล่าวจะกำหนดแนวปฏิบัติที่ชัดเจนสำหรับการกำจัดและการรีไซเคิลซากบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้มั่นใจว่าซากบรรจุภัณฑ์ได้รับการจัดการในลักษณะที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม3. ควรกำหนดหน้าที่ของผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ให้ต้องมีวัสดุรีไซเคิลเป็นวัตถุดิบในการผลิตบรรจุภัณฑ์ใหม่ ผู้ผลิตควรใช้วัสดุรีไซเคิลเป็นส่วนประกอบในกระบวนการผลิตของตน มาตรการนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยลดความต้องการวัสดุใหม่เท่านั้น แต่ยังสร้างตลาดสำหรับการรีไซเคิล ซึ่งส่งเสริมหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน ทั้งนี้ มีข้อพิจารณาเพิ่มเติมว่า มาตรการดังกล่าวอาจส่งผลกระทบแก่ผู้ประกอบการ ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า เนื่องจากต้องรับผิดชอบในผลิตภัณฑ์ตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการผลิตจนถึงการจัดการผลิตภัณฑ์เมื่อกลายเป็นขยะหรือของเสีย ทำให้ผู้ประกอบการต้องหันมารวมกลุ่มกันเพื่อจัดการซากบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วโดยการรีไซเคิลผลในทางบวกจะเป็นการส่งเสริมการหมุนเวียนทรัพยากรตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนแต่การจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคนั้นก็ไม่ง่ายเช่นกัน เนื่องจากบรรจุภัณฑ์พลาสติกเช่น ขวดพลาสติกบรรจุเครื่องดื่มประเภทต่างๆ เป็นที่คุ้นชินกับผู้บริโภค หาซื้อได้ง่ายก็ยังเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้ออย่างต่อเนื่อง ทำให้เมื่อเกิดการทิ้งโดยไม่มีการจัดการซากบรรจุภัณฑ์แล้ว อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องจากการใช้บรรจุภัณฑ์ดังกล่าว การนำระบบมัดจำและคืนเงินมาใช้สำหรับบรรจุภัณฑ์ขวดพลาสติกโดย เงินมัดจำจะถูกนำไปรวมกับราคาของผลิตภัณฑ์จนกว่าผู้บริโภคขั้นสุดท้ายจะซื้อสินค้า ผู้บริโภคจะเห็นในใบเสร็จรับเงินที่จ่ายเงินมัดจำ จำนวนของเงินมัดจำจะถูกระบุไว้ในบรรจุภัณฑ์ขวดพลาสติกด้วย ทั้งนี้ระบบมัดจำและคืนเงินจะมีส่วนช่วยในการลดปริมาณมูลฝอยที่เกิดจากบรรจุภัณฑ์ขวดพลาสติกลงได้และอาจทำให้ผู้บริโภคลดปริมาณการบริโภคลงได้เพื่อที่จะไม่ต้องเสียค่ามัดจำและต้องนำซากบรรจุภัณฑ์กลับมาคืนเพื่อรับเงินมัดจำคืนดังนั้น การดำเนินการตามมาตรการต้องดำเนินการควบคู่กันไปทั้งในภาคของผู้ผลิตและผู้บริโภค เพื่อให้เล็งเห็นความสำคัญของต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมที่ยังไม่ถูกคิดรวมกับต้นทุนแบบปกติ
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2024-08-30
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务