การปฏิบัติงานตามจรรยาบรรณวิชาชีพของนักสังคมสงเคราะห์ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
收藏DataCite Commons2023-11-08 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2021.1232
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การศึกษาเรื่อง “การปฏิบัติงานตามจรรยาบรรณวิชาชีพของนักสังคมสงเคราะห์ในองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับการปฏิบัติงานตามจรรยาบรรณวิชาชีพของนักสังคมสงเคราะห์ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเพื่อศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับระดับการปฏิบัติงานตามจรรยาบรรณวิชาชีพของนักสังคมสงเคราะห์ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ ผู้ปฏิบัติงาน ในตำแหน่งนักสังคมสงเคราะห์ สังกัดกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ประกอบด้วย นักสังคมสงเคราะห์ สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล มีผู้ตอบแบบสอบถามกลับมา 142 คน คิดเป็นร้อยละ 91.02 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบด้วยค่า t-test โดยมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 ผลการศึกษามีดังนี้ผลการศึกษาข้อมูลทั่วไป พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 31-40 ปี โดยกลุ่มตัวอย่างมีอายุเฉลี่ย 35.44 ปี วุฒิการศึกษาส่วนใหญ่มีวุฒิสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ และส่วนใหญ่มีระยะเวลาการทำงานสังคมสงเคราะห์ 1-5 ปี ส่วนลักษณะการปฏิบัติงานของนักสังคมสงเคราะห์ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีลักษณะการปฏิบัติงานภาพรวมในระดับมากที่สุด โดยลักษณะการปฏิบัติงานสูงสุด คือ ด้านการบริการ รองลงมา คือ ด้านการประสานงาน ด้านการปฏิบัติการ และด้านการวางแผน ตามลำดับ และกลุ่มตัวอย่างมีการปฏิบัติงานตามจรรยาบรรณวิชาชีพของนักสังคมสงเคราะห์ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยยึดจรรยาบรรณต่อผู้ใช้บริการมากที่สุด รองลงมาเป็นจรรยาบรรณต่อผู้ร่วมวิชาชีพและผู้ร่วมงาน จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ จรรยาบรรณต่อองค์กร จรรยาบรรณต่อตนเอง และจรรยาบรรณต่อสังคม ตามลำดับปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับระดับการปฏิบัติงานตามจรรยาบรรณวิชาชีพของนักสังคมสงเคราะห์ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พบว่า ปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ โดยกลุ่มตัวอย่างที่มีเพศที่แตกต่างกัน มีการปฏิบัติงานตามจรรยาบรรณวิชาชีพของนักสังคมสงเคราะห์ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในภาพรวมแตกต่างกัน ในขณะที่อายุ วุฒิการศึกษา และระยะเวลาการทำงานสังคมสงเคราะห์ไม่มีความแตกต่างกัน ส่วนปัจจัยการปฏิบัติงาน ตามจรรยาบรรณวิชาชีพของนักสังคมสงเคราะห์ พบว่า การปฏิบัติงานของนักสังคมสงเคราะห์ในด้านการปฏิบัติการ ด้านการวางแผน ด้านการประสานงาน และด้านการบริการที่แตกต่างกันทำให้การปฏิบัติงาน ตามจรรยาบรรณวิชาชีพของนักสังคมสงเคราะห์ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในภาพรวมแตกต่างกัน และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า มีความแตกต่างกันในจรรยาบรรณต่อองค์กรและจรรยาบรรณต่อสังคมในทุกด้านข้อเสนอแนะระดับปฏิบัติการ ได้แก่ 1. นักสังคมสงเคราะห์ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการปฏิบัติงานในด้านการบริการเป็นส่วนใหญ่และปัจจัยด้านเพศและระยะเวลาการทำงานสังคมสงเคราะห์มีผลต่อการปฏิบัติงานตามจรรยาบรรณต่อผู้ใช้บริการ และจรรยาบรรณต่อผู้ร่วมวิชาชีพและผู้ร่วมงาน ดังนั้น ควรส่งเสริมและพัฒนานักสังคมสงเคราะห์ในด้านการปฏิบัติงานตามจรรยาบรรณต่อผู้ใช้บริการและจรรยาบรรณต่อผู้ร่วมวิชาชีพและผู้ร่วมงาน 2) นักสังคมสงเคราะห์ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการปฏิบัติงานในด้านการบริการตามจรรยาบรรณต่อตนเองจรรยาบรรณต่อวิชาชีพ จรรยาบรรณต่อองค์กร และจรรยาบรรณต่อสังคม ดังนั้น ควรมีการส่งเสริมให้นักสังคมสงเคราะห์ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการปฏิบัติงานในด้านการบริการตามจรรยาบรรณต่อผู้ใช้บริการและจรรยาบรรณต่อผู้ร่วมวิชาชีพและผู้ร่วมงาน 3) การปฏิบัติงานตามจรรยาบรรณต่อวิชาชีพ นักสังคมสงเคราะห์ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมีการเสริมสร้างความรู้ความสามารถในการจัดการความรู้ เพื่อยกระดับไปสู่งานวิชาการหรืองานวิจัยที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ใช้บริการและความก้าวหน้าในวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ และ 4) การปฏิบัติงานตามจรรยาบรรณต่อสังคมนักสังคมสงเคราะห์ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนมาตรการหรือกลไกที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงระบบหรือนโยบาย
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-11-08



