five

แผนพัฒนาธุรกิจของฝากฉัตรอุทัย

收藏
DataCite Commons2025-08-18 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2023.1287
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
ฉัตรอุทัย”เป็นธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าของฝากประเภทขนม อาทิเช่น ขนมปังสังขยา, ข้าวเกรียบปลากราย, ข้าวกุ้งกรอบ, ข้าวกรอบหมูหยอง, ข้าวตังหมูหยอง เป็นต้น โดยเน้นการใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพในการผลิตและพัฒนาสินค้าต่าง ๆ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภค ซึ่งจัดจำหน่ายทั้งหน้าร้านภายใต้แบรนด์ “ฉัตรอุทัย” และส่งฝากขายตามร้านขายของฝากทั่วไปตามเส้นทางหลักในการเดินทางและสถานที่หรือจุดสำคัญต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งในปัจจุบันขนาดและการเติบโตของตลาดประเภทของฝากและขนมขบเคี้ยวยังคงมีอัตราการเติบโตที่เพิ่มมากขึ้น โดยจะอ้างอิงการเติบโตตลาดของฝากได้จากประเภทของฝากนั้น ๆ ในกรณีนี้เช่น ขนมทานเล่นหรือขนมขบเคี้ยวในปี 2565 มีมูลค่า 43,948 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ปีละ 5.2% และขนมอบมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 44,250 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ปีละ 6.3% ด้วยเหตุนี้เองทำให้เกิดแผนการพัฒนาธุรกิจ “ฉัตรอุทัย” เนื่องจากโอกาสที่สามารถเติบโตได้ของธุรกิจ นอกจากปัจจัยข้างต้นที่กล่าวมาแล้วยังมีปัจจัยด้านอื่น ๆ เช่น พฤติกรรมผู้บริโภคปี 2566 ที่มีการซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น รวมถึงปัจจัยที่ว่าแบรนด์ที่ได้รับการสนับสนุนจากครีเอเตอร์หรือคนดังจะทำให้ผู้บริโภคเกิดความสนใจมากกว่า เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีโอกาสจากปัจจัยภายนอกทั้ง 5 ด้าน คือ Political มีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว, Economics การฟื้นฟูของเศรษฐกิจประเทศ, Social พฤติกรรมในการเดินทางของผู้บริโภค, Technology มีเทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิต, Environmental Locations ที่ได้เปรียบ และ Legal กฎหมายแรงงานขั้นต่ำ เป็นต้น จากปัจจัยทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการพัฒนาธุรกิจ “ฉัตรอุทัย” ให้สามารถประสบความสำเร็จและเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพกลยุทธ์ทางการตลาด มีกลุ่มเป้าหมายแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มเป้าหมายหลัก (Primary Target) เป็นกลุ่มวัยทำงานอายุ 23-29 ปี และเป็นกลุ่มที่เดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อท่องเที่ยวหรือกลับบ้านเกิด โดยผู้บริโภคกลุ่มนี้จะมีพฤติกรรมชอบแวะจุดสถานีบริการน้ำมันเพื่อทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น เติมน้ำมัน, เข้าห้องน้ำ รวมถึงซื้อของฝาก เป็นต้น และกลุ่มเป้าหมายรอง (Secondary Target) เป็นกลุ่มที่ซื้อสินค้าเพื่อบริโภคเอง เป็นกลุ่มวัยทำงานอายุ 23-29 ปี และมีพฤติกรรมชอบซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์ กลยุทธ์หลัก ๆ ที่จะนำมาใช้คือกลยุทธ์ในการกระจายสินค้า เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการจากเราให้ได้สะดวกที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ กลยุทธ์การตลาดด้วยทำโฆษณาต่าง ๆ รวมถึงจ้างเหล่าอินฟูลเอนเซอร์ในการโปรโมทสินค้าต่าง ๆ ตำแหน่งทางการตลาดที่วางไว้คือ “ฉัตรอุทัย” ต้องเป็นสินค้าที่มีคุณภาพและคุ้มค่ากับราคาที่สุด รวมถึงกลยุทธ์การตั้งราคาสินค้าที่จะตั้งราคาด้วยการใช้จิตวิทยาด้วย เช่น ตั้งราคาเป็น 49 หรือ 59 บาทเป็นต้น นอกจากนี้ยังทำกลยุทธ์ด้านการขายในรูปแบบ Marketing Funnel ที่จะทำให้การบริการการขายครอบคลุมทุกขั้นตอนอย่างมีระบบและประสิทธิภาพ แผนการปฏิบัติการในด้านการผลิตมีโรงงานที่ได้มาตรฐานในการผลิต รวมถึงใส่ใจในทุกขั้นตอนตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพเพื่อใช้ในการผลิตเท่านั้น รวมทั้งควบคุมทุกกระบวนการผลิตจนถึงกระจายสินค้าเพื่อมุ่งเน้นส่งมอบสินค้าคุณภาพให้แก่ผู้บริโภคหรือลูกค้า ตามวิสัยทัศน์ของบริษัท ด้านการเงินบริษัท ฉัตรอุทัย จัดตั้งในรูปแบบบริษัทจำกัด ผู้ร่วมลงทุนทั้งหมด 3 ท่าน โดยมีเงินลงทุนตั้งต้นทั้งสิ้น 3,000,000 บาท ซึ่งเป็นส่วนของเจ้าของกิจการ และอีกส่วนคือวางแผนในการกู้จากสถาบันการเงินทั้งสิ้น 3,000,000 บาท รวมเป็นเงินทุนทั้งสิ้น 6,000,000 บาท บริษัทได้มีการประมาณการยอดการขายภายใน 5 ปี จากอัตราการเติบโตของสินค้าดังนี้คือ ขนมปังสังขยาอัตราการเติบโตปีละ 6.3% และขนมขบเคี้ยวปีละ 5.2% โดยหากเป็นไปตามสถานะการณ์ปกติที่ได้ตั้งสมมุติฐานยอดขายไว้ จะคิด IRR ได้อยู่ที่ 159.26% และค่า WACC อยู่ที่ 8.38% โดยมีระยะเวลาคืนทุนเฉลี่ยที่ 1 ปี 4 เดือน ด้วยปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นทำให้วิเคราะห์ได้ว่า แผนพัฒนาธุรกิจ “ฉัตรอุทัย” นี้ มีความน่าลงทุนอย่างมาก
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-08-18
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务