five

การประเมินหลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

收藏
DataCite Commons2025-01-07 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2023.1126
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
การศึกษาวิจัยเรื่องการประเมินหลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความเหมาะสมของหลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และเพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนารองผู้อำนวยการสถานศึกษาตามที่หลักสูตรกำหนด ผู้วิจัยนำรูปแบบการประเมินหลักสูตรของ Donald L. Kirkpatrick มาใช้กับงานวิจัยเฉพาะ 2 ขั้นตอนแรก ได้แก่ การประเมินปฏิกิริยาตอบสนอง (Reaction Evaluation) การประเมินผลการเรียนรู้ (Learning Evaluation) เนื่องจากหลักสูตรดังกล่าวไม่ได้กำหนดการติดตามและประเมินผลหลังจากเข้ารับการอบรม ส่งผลให้ผู้วิจัยไม่สามารถประเมินผลพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปหลังการอบรม (Behavior Evaluation) ในขั้นตอนที่ 3 และในขั้นตอนที่ 4 การประเมินผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นต่อหน่วยงาน (Results Evaluation) ไม่สามารถระบุชัดเจนว่าผลผลิตที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากหลักสูตรดังกล่าวโดยตรง เพราะมีปัจจัยอื่นร่วมอยู่ด้วย มีตัวแปรที่หลากหลาย และมีลักษณะเป็นนามธรรมสูง ดังนั้น ผู้วิจัยจึงประเมินหลักสูตรเฉพาะ 2 ขั้นตอนแรก และมุ่งเน้นไปที่การวิเคราะห์ภาพรวมของหลักสูตร ไม่เน้นการวิเคราะห์การเรียนรู้และการพัฒนารายบุคคล ผลการศึกษาพบว่า ส่วนที่ 1 การวิเคราะห์ข้อมูลที่เป็นปัจจัยส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่างของผู้เข้ารับการพัฒนา จำนวน 263 คน พบว่าผู้เข้ารับการพัฒนาส่วนใหญ่เป็นเพศชาย จำนวน 153 คน ร้อยละ 58.17 และเพศหญิงจำนวน 110 คน ร้อยละ 41.83 มีอายุเฉลี่ย 45.89 ปี นับถือศาสนาพุทธ 253 คน มีสถานภาพสมรส จำนวน 183 คน มีวิทยฐานอยู่ในระดับชำนาญการ จำนวน 147 คน มีระดับการศึกษาในระดับปริญญาโท จำนวน 229 คน มีระยะเวลาในการรับราชการน้อยกว่า 10 ปี จำนวน 89 คน ส่วนที่ 2 การประเมินปฏิกิริยาตอบสนอง (Reaction Evaluation) เพื่อวัดความพึงพอใจในภาพรวมของหลักสูตร โดยแบ่งข้อมูลออกเป็น 2 ข้อย่อย ได้แก่ ข้อที่ 1 การประเมินภาพรวมของหลักสูตรพบว่า ผู้เข้ารับการพัฒนามีความพึงพอใจ ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.82 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.409 ซึ่งมีความแตกต่างน้อยหรือใกล้เคียงกัน และข้อที่ 2 การประเมินวิทยากรบรรยายในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ในภาพรวมพบว่า มีความพึงใจระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.86 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.269 ซึ่งมีความแตกต่างน้อยหรือใกล้เคียงกัน ส่วนที่ 3 ประเมินผลการเรียนรู้ (Learning Evaluation) เพื่อวัดผลการเรียนรู้ของผู้เข้ารับการพัฒนาผ่านแบบทดสอบ ผู้วิจัยได้จำแนกการประเมินออกเป็น 2 ส่วน ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ ในเชิงปริมาณ แบ่งเป็น 2 ข้อย่อย ข้อที่ 1 การวัดผลการเรียนรู้ของผู้เข้ารับการพัฒนาผ่านแบบทดสอบและแบบวัดผลการปฏิบัติงานในภาพรวม พบว่าผลการเรียนรู้ของผู้เข้ารับการพัฒนามีคะแนนเฉลี่ยสูงสุดเท่ากับ 9.70 มีคะแนนเฉลี่ยต่ำสุดเท่ากับ 87.98 มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 95.88 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.601 ซึ่งมีความแตกต่างของข้อมูลมาก และข้อที่ 2 การประเมินผลการพัฒนาในภาพรวม พบว่าผู้เข้ารับการพัฒนาทั้ง 263 คน ผ่านการประเมิน โดยผู้เข้ารับการพัฒนา ที่ได้รับคะแนนประเมินสูงที่สุดเท่ากับ 98.28 คะแนน มีคะแนนต่ำสุดเท่ากับ 90.85 คะแนน คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 95.86 คะแนน และมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.384 ซึ่งมีความแตกต่างมากในเชิงคุณภาพ จากการสัมภาษณ์ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จำนวน 10 คน เพื่อตรวจสอบคุณภาพของหลักสูตร ผู้วิจัยสามารถสรุปและอภิปรายผลจากการสัมภาษณ์ แบ่งเป็นด้านต่าง ๆ ดังนี้ด้านที่ 1 จุดแข็งของหลักสูตร ได้แก่ การพัฒนาสมรรถนะในการบริหาร ความต่อเนื่องของหลักสูตร การคัดเลือกวิทยากร การคัดเลือกผู้อำนวยการพี่เลี้ยง ด้านที่ 2 จุดอ่อนของหลักสูตร ได้แก่ เนื้อหา ในการบรรยาย คุณภาพของหลักสูตร ขาดการติดตามและประเมินผล จำนวนผู้เข้ารับการพัฒนามากเกินไป ขาดการฝึกประสบการณ์ในสถานศึกษา ด้านที่ 3 หลักสูตรมีความเหมาะสมตามช่วงเวลา ด้านที่ 4 ปัญหาและอุปสรรคที่พบ ได้แก่ การนำหลักสูตรมาปฏิบัติยังไม่เป็นไปตามแผน ไม่สามารถควบคุมระยะเวลาได้ จำนวนผู้เข้าร่วมการดำเนินกิจกรรมมีขนาดใหญ่เกินไป สถานที่ดูงานมีความแตกต่างกันจนเกินไป
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-01-07
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务