five

สงฆ์ไทยใกล้โลก: รัฐกับการจัดการสุขภาวะประชากรสงฆ์

收藏
DataCite Commons2025-09-05 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.564
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาปรากฏการณ์ที่รัฐเข้ามาจัดการสุขภาวะพระสงฆ์ ภายใต้บริบทที่โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) กลายเป็นปัญหาทางสาธารณสุขสำคัญของประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำความเข้าใจชีวิตของพระสงฆ์ไทยในปัจจุบัน โดยเฉพาะด้านที่เกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วย การป้องกัน และการรักษาสุขภาพ ตลอดจนกระบวนการที่พระสงฆ์กลายเป็น “ประชากร” กลุ่มเสี่ยงด้านสุขภาพ และกรอบการบริหารจัดการโรคและความเสี่ยงด้านสุขภาพของรัฐไทยที่เกี่ยวกับพระสงฆ์ อีกทั้งเพื่อเข้าใจสถานภาพและความสัมพันธ์ระหว่างประชากรสงฆ์กับรัฐไทยการศึกษาครั้งนี้ใช้วิธีวิทยาการสังเกตแบบมีส่วนร่วม ผ่านการติดตามและสังเกตการณ์ชีวิตประจำวัน การปฏิบัติศาสนกิจ และการดูแลสุขภาพของพระสงฆ์ ในวัดแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร รวมถึงการสัมภาษณ์เชิงลึกกับพระสงฆ์ที่ปฏิบัติงานด้านสุขภาวะ เช่น พระคิลานุปัฏฐากและพระคิลานธรรม บุคลากรทางการแพทย์ และฆราวาสที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการวิเคราะห์เอกสารและนโยบายด้านสุขภาวะของรัฐ และใช้แนวคิดเรื่องอำนาจเหนือชีวิต (power over life) ของมิเชล ฟูโกต์ เป็นกรอบในการศึกษาผลการศึกษาพบว่า ตั้งแต่ทศวรรษ 2550 เป็นต้นมา รัฐไทยได้ตระหนักถึงปัญหาทางสุขภาพที่เพิ่มขึ้นในประชากรและภาระโรคที่ส่งผลกระทบต่องบประมาณของประเทศ ซึ่งรวมถึงกลุ่มพระสงฆ์ด้วย กระบวนการนี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงความรู้ด้านสุขภาวะที่ได้รับอิทธิพลจากกระแสสากลในระดับโลก นำไปสู่การวางกรอบให้ร่างกายพระสงฆ์อยู่ภายใต้ระบบการตรวจวัดข้อมูลชีวภาพ และการกำหนดแนวปฏิบัติเพื่อการส่งเสริมสุขภาวะที่ครอบคลุมการบริโภคอาหาร การออกกำลังกาย และการพักผ่อน รัฐได้ออกนโยบายและมาตรการหลากหลาย เช่น ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ พ.ศ. 2560 โครงการ “หนึ่งวัดหนึ่งโรงพยาบาล” การผลิตพระคิลานุปัฏฐาก ตลอดจนการรณรงค์ให้วัดเป็น “สุขภาวะศาสนสถาน” ซึ่งสะท้อนความพยายามของรัฐในการกำกับสุขภาวะพระสงฆ์ผ่านการแพร่กระจายความรู้ นโยบาย และการจัดการสภาพแวดล้อม เพื่อให้พระสงฆ์กำกับตนเองได้อย่างสอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐอย่างไรก็ตาม การศึกษาภาคสนามแสดงให้เห็นว่า อำนาจกำกับและชี้นำสุขภาวะพระสงฆ์ของรัฐนั้นมีขีดจำกัดและยังไม่บรรลุผลลัพธ์ที่ตั้งไว้ การสร้างสถาบันรองรับภาระงานด้านสุขภาพของรัฐ เช่น โรงพยาบาลสงฆ์ หรือแผนกบริการสงฆ์ในโรงพยาบาลรัฐทั่วไป ยังคงประสบข้อจำกัดหลายประการ ทั้งจากปัจจัยด้านทรัพยากร วัฒนธรรม และความเชื่อ ทำให้ไม่บรรลุประสิทธิผลในทางปฏิบัติ นอกจากนี้ รัฐยังมีแนวโน้มที่จะถ่ายโอนภาระการดูแลสุขภาพของพระสงฆ์ให้กลับไปเป็นเรื่องที่สงฆ์ดูแลกันเอง โดยผ่านการรณรงค์และโครงการต่าง ๆ ซึ่งในทางหนึ่งก็เป็นการลดทอนภาระด้านงบประมาณของรัฐในการดูแลพลเมืองกลุ่มพิเศษนี้ด้วยงานวิจัยนี้จึงสรุปว่า การบริหารจัดการสุขภาวะพระสงฆ์ไม่ได้เป็นเพียงการสั่งการจากเบื้องบน หากแต่เป็น สนามแห่งการขับเคี่ยว รอมชอม และต่อรอง ระหว่างอำนาจรัฐ วินัยสงฆ์ และวิถีชีวิตของพระผู้ปฏิบัติ ซึ่งส่งผลให้พระสงฆ์กลายเป็นทั้งผู้ถูกกำกับและผู้ปฏิบัติการในการควบคุมสุขภาพของตนเองในสังคมไทยร่วมสมัย
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-09-05
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务