ความท้าทายทางกฎหมายในการปฏิบัติตามพันธกรณีของอนุสัญญาบาเซล: ศึกษากรณีขยะพลาสติก (plastic waste)
收藏DataCite Commons2023-12-06 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.1494
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ ศึกษาเกี่ยวกับมาตรการทางกฎหมายในการกำกับดูแลกระบวนการนำเข้าขยะ โดยเฉพาะขยะพลาสติกซึ่งเป็นการนำเข้ามาโดยเหตุผลเพื่อการรีไซเคิล จึงได้ทำการศึกษาแนวทางจากอนุสัญญาบาเซลซึ่งเป็นอนุสัญญาที่วางแนวทางการควบคุมเคลื่อนย้ายของเสียข้ามแดน โดยอนุสัญญาดังกล่าว ได้มีการปรับปรุงแก้ไขใหม่ในภาคผนวกท้ายอนุสัญญาบาเซลซึ่งได้มีการกำหนดประเภทของขยะพลาสติกใหม่ โดยเป็นการแก้ไขภาคผนวกที่เกี่ยวข้องกับพลาสติก(Plastic Waste Amendments) จากเดิมที่กำหนดให้เป็นของเสียอื่น ได้มีการปรับปรุงแก้ไขของเสียประเภทพลาสติกใหม่เป็นของเสียอันตราย ที่จะต้องมีมาตรการในการจัดการที่แตกต่างกันออกไป รวมไปถึงการการศึกษาถึงมาตรการทางกฎหมาย ในการรองรับการให้สัตยาบันต่อข้อแก้ไขอนุสัญญา (Ban Amendments 1995) ตลอดจนความพร้อมในด้านกฎหมาย และแนวทางการจัดการของประเทศไทย ให้สอดรับกับพันธกรณีของอนุสัญญาบาเซลจากการศึกษาพบว่า แนวทางมาตรการทางกฎหมาย ในการปฏิบัติตามพันธกรณีในฐานะที่ประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิกของอนุสัญญาบาเซล ที่ได้มีการออกข้อแก้ไขภาคผนวกใหม่นั้นมีประเด็นที่ต้องนำมาพิจารณาอยู่คือ การแบ่งประเภทของขยะพลาสติกที่ได้มีการกำหนดแนวทางปฏิบัติใหม่สำหรับขยะพลาสติกบางประเภทที่ถูกจัดอยู่ในประเภทของเสียอันตราย และไม่อันตรายที่มีมาตรการที่แตกต่างกัน โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่เงื่อนไขในการส่งออกและนำเข้าขยะพลาสติกสำหรับขยะพลาสติกที่ไม่อันตรายนั้น ไม่ต้องมีการแจ้งการบอกกล่าวล่วงหน้าจากรัฐต้นทางไปยังรัฐปลายทาง แต่มีเงื่อนไขว่า จะต้องเป็นการนำเข้ามาเพื่อไปใช้ในการรีไซเคิลในลักษณะการจัดการที่ดี และจะต้องเป็นขยะพลาสติกที่เกือบจะปราศจากการปนเปื้อน โดยคำว่าเป็นการจัดการที่ดีนั้นไม่ได้มีนิยามความหมายสากลที่ทุกรัฐภาคีจะต้องนำไปปฏิบัติ รวมไปถึงไม่ได้มีการกำหนดอัตราการปนเปื้อนที่เป็นสากลว่า อย่างไรถึงจะถือได้ว่าเข้าลักษณะของการ “เกือบจะปราศจากการปนเปื้อน” ประกอบกับประเทศไทยไม่ได้มีกฎหมายฉบับใดที่ให้นิยามคำว่า “ของเสียอันตราย” เอาไว้อย่างชัดเจนนัก ซึ่งรัฐภาคีจะต้องนำมาปรับใช้และอนุวัติการกฎหมายหรือแนวทางปฏิบัติให้สอดคล้องกันดังนั้น จากการปรับปรุงข้อแก้ไขของอนุสัญญาดังกล่าว ได้ข้อสรุปว่า ประเทศไทยในฐานะประเทศภาคีสมาชิกของอนุสัญญาบาเซล และได้มีการให้สัตยาบันต่อข้อแก้ไขอนุสัญญาฯ ควรต้องมีการกำหนดมาตรการและนิยามกฎหมายให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ เพื่อให้การปรับใช้ข้อกฎหมายและแนวทางปฏิบัติเป็นไปในทิศทางเดียวกัน จึงเป็นเรื่องที่ผู้เขียนได้นำเสนอมาตรการและนิยามทางกฎหมาย เพื่อให้เกิดความชัดเจนในแนวทางการปฏิบัติ และสอดรับกับพันธกรณีที่ประเทศไทยมีต่ออนุสัญญาบาเซล
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-12-06



