การปรับปรุงคุณภาพอากาศเพื่อสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ: กรณีศึกษาเทศบาลนครหาดใหญ่
收藏DataCite Commons2022-04-02 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2021.134
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
ปัจจุบันทั่วโลกมีประชากรอพยพเข้ามาอยู่ในเมืองกันมากขึ้น และมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี ทำให้มีการใช้ทรัพยากรของเมืองสูงขึ้นตามไปด้วย อีกทั้งทำให้สภาพสังคมเมืองและระบบนิเวศน์วิทยาเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เกิดเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหามลพิษทางอากาศ และวิกฤตการณ์โลกร้อน ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชากรถึงขั้นเสียชีวิต การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมจึงเป็นความท้าทาย ด้านความยั่งยืนที่สำคัญประการหนึ่ง ในการที่จะทำให้เมืองกลายเป็นเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยและชาญฉลาดมาพัฒนาสิ่งแวดล้อม สภาพภูมิอากาศ คุณภาพอากาศ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ รวมถึงสร้างพื้นที่สีเขียว และรับกับความร่วมมือทางสังคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ เป็นเมืองที่สร้างให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุข อย่างยั่งยืนได้ งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อคุณภาพอากาศ โดยศึกษาการออกแบบทางเดินเท้าพื้นที่ต่าง ๆ ภายในเมืองของเทศบาลนครหาดใหญ่ เปรียบเทียบระหว่างทางเดินเท้าข้างถนน (Sidewalk) และทางเดินสีเขียว (Greenway) ในสภาพแวดล้อมที่มีลักษณะของถนน อาคารสถานที่ พืชพรรณที่แตกต่างกันทั้งหมด 4 ถนน เพื่อดูว่าสภาพทางเดินสีเขียวส่งผลต่อ การสัมผัสมลพิษทางอากาศได้หรือไม่ การวัดค่ามลพิษ PM1.0, PM2.5 และ PM10 ในรูปแบบทั้ง การเคลื่อนที่ของอุปกรณ์วัดค่ามลพิษในอากาศ (Mobile) และรูปแบบตำแหน่งคงที่ของอุปกรณ์วัดค่ามลพิษในอากาศ (In-situ) ซึ่งจำแนกการเก็บข้อมูลเป็นช่วงเช้า เวลา 7:00-9:00 น. ช่วงเที่ยง เวลา 11:00-13:00 น. และช่วงบ่าย เวลา 15:00-17:00 น. โดยใช้เวลาเก็บข้อมูลเฉพาะ 6 วัน จากวันจันทร์ถึงวันเสาร์ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2564 ซึ่งผู้วิจัยเก็บข้อมูลได้ทั้งหมด 216 ชุด ใช้เวลาไปทั้งหมด 891 นาที โดยแบ่งเป็นการวัดแบบเคลื่อนที่ (Mobile) 531 นาที และแบบคงที่ในตำแหน่งเดิม (In-situ) 360 นาที จากนั้นจึงนำข้อมูลวิเคราะห์ทางสถิติด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป ด้วยวิธีการวิเคราะห์สถิติ เชิงพรรณนาและเชิงอนุมาน ผลจากการศึกษาพบว่าการวัดค่ามลพิษในอากาศแบบเคลื่อนที่ (Mobile) ในทุกถนนแสดงให้เห็นว่า ความเข้มข้นของ PM1.0, PM2.5 และ PM10 ฝั่งทางเดินสีเขียว (Greenway) มีค่าน้อยกว่าฝั่งทางเดินเท้า (Sidewalk) ในช่วงระหว่างร้อยละ 10-43 ซึ่งผลลัพธ์นี้ยังถูกยืนยันเพิ่มเติมโดย การวัดแบบตำแหน่งคงที่ (In-situ) ฝั่งทางเดินสีเขียว (Greenway) มีค่าความเข้มข้นของมลพิษน้อยกว่าฝั่งทางเดินเท้า (Sidewalk) ในช่วงระหว่างร้อยละ 16-44 โดยขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมทั้งสองฝั่งบนถนนนั้น ๆ เช่น ความกว้างของช่องจราจรถนน ความสูงของอาคารโดยรอบ ทิศทางและความเร็วของลม และชนิดของต้นไม้พืชพรรณในบริเวณด้านทางเดินสีเขียว (Greenway) ผลการวิจัยเน้นถึงความสำคัญของการพิจารณาการปรับปรุงคุณภาพอากาศเพื่อสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ โดยการออกแบบทางเดินสีเขียวกับแนวถนน การเพิ่มปริมาณพื้นที่สีเขียวในเมืองเพื่อคุณภาพที่ดีขึ้นตามถนนและชุมชนต่าง ๆ อย่างไรก็ตามผลลัพธ์จากงานวิจัยชิ้นนี้ ผู้วิจัยได้มีข้อเสนอแนะแนวทางที่เป็นรูปธรรมด้วย การสร้างแบบจำลองของผลิตภัณฑ์ ซึ่งภาครัฐบาล ภาคเอกชน ผู้ประกอบการสามารถใช้ผลการวิจัย และทางเลือกเหล่านี้ไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาแพลตฟอร์ม แอปพลิเคชัน เพื่อเป็นการให้ข้อมูลคุณภาพอากาศกับประชาชนในเมือง สร้างความร่วมมือกันระหว่างผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และทำให้เมืองกลายเป็นเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ อันนำผลมาซึ่งช่วยให้ประชาชนภายในเมือง มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุข อย่างยั่งยืนได้
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2022-04-02



