การสื่อสารนโยบายพักทรัพย์ พักหนี้ ทัศนคติและการมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
收藏DataCite Commons2024-09-19 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2023.845
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การวิจัยเรื่อง การสื่อสารนโยบายพักทรัพย์ พักหนี้ ทัศนคติ และการมีส่วนร่วม ของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเปิดรับการสื่อสาร ทัศนคติ และการมีส่วนร่วมต่อนโยบายพักทรัพย์ พักหนี้ ของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อศึกษาความแตกต่างของภูมิหลังของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ต่อการเปิดรับการสื่อสาร และทัศนคติต่อนโยบายพักทรัพย์ พักหนี้ เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการเปิดรับการสื่อสารกับทัศนคติต่อนโยบายพักทรัพย์ พักหนี้ ของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างทัศนคติกับการมีส่วนร่วมต่อนโยบายพักทรัพย์ พักหนี้ ของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมทั่วประเทศไทย มีการเปิดรับสื่อนโยบายพักทรัพย์ พักหนี้ บนสื่อออนไลน์ อย่างน้อย 1 ครั้ง ใช้วิธีการสำรวจ (Survey Research) แบบเก็บข้อมูลช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง (Cross-Sectional Study) โดยใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) คำถามปลายปิด (Closed – Ended Questions) เป็นเครื่องมือเก็บข้อมูล มีกลุ่มตัวอย่าง 400 คน เลือกตัวอย่างด้วยการสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified Sampling) กำหนดคุณลักษณะชั้นประชากรออกเป็น 3 กลุ่ม ประกอบไปด้วยกลุ่มกิจการการผลิต กลุ่มกิจการบริการ และกลุ่มกิจการค้าส่งและค้าปลีก ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 52.1 อายุ 31 – 40 ปี มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 42.4 มีเงินทุนจดทะเบียนของกิจการ 1,000,001 – 2,000,000 บาท มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 40.8 มีภูมิลำเนาภาคกลางมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 30.6 มีระดับการศึกษาปริญาตรี มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 55.9 มีกิจการการบริการ มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 38.2 ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ประมาณ 1,000,001 – 5,000,000บาท มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 64 ติดตามข่าวสารผ่านช่องทางเว็ปไซต์ข่าวบนสื่อออนไลน์มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 27 เปิดรับข่าวสารเกี่ยวกับนโยบายพักทรัพย์ พักหนี้ ในระดับปานกลาง (2.97) เปิดรับข่าวสารในประเด็น “ธปท. ขยายมาตรการชะลอการชำระหนี้สำหรับลูกหนี้ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สำหรับกลุ่มที่ได้รับผลกระทบรุนแรง และออกกลไกปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้กับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบ” ระดับปานกลาง (3.31) มากที่สุด มีทัศนคติต่อนโยบายพักทรัพย์ พักหนี้ เชิงลบ (2.40) และมีส่วนร่วมต่อนโยบายพักทรัพย์ พักหนี้ ในระดับต่ำ (1.98)ในการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ผู้ประกอบการธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่มีภูมิหลังแตกต่างกัน จะมีการเปิดรับการสื่อสารนโยบายพักทรัพย์ พักหนี้ แตกต่างกัน กล่าวคือ ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่มีเพศ อายุ เงินทุนจดทะเบียนกิจการ ระดับการศึกษา ประเภทกิจการธุรกิจ ผลกระทบทางธุรกิจจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 แตกต่างกัน จะมีการเปิดรับการสื่อสารนโยบาย แตกต่างกัน ในขณะที่ ผู้ประกอบการฯ ที่มีภูมิลำเนาแตกต่างกัน มีระดับการเปิดรับการสื่อสารนโยบายไม่แตกต่างกัน ในขณะที่ ผู้ประกอบการธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่มีภูมิหลังแตกต่างกัน จะมีทัศนคติต่อนโยบายพักทรัพย์ พักหนี้ ไม่แตกต่างกัน กล่าวคือ ประกอบการธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่มีเพศ อายุ เงินทุนจดทะเบียน ภูมิลำเนา ประเภทกิจการ และประมาณการผลกระทบทางธุรกิจ แตกต่างกัน จะมีทัศนคติต่อนโยบายพักทรัพย์ พักหนี้ ไม่แตกต่างกัน ในขณะที่ ผู้ประกอบการฯ ที่มีระดับการศึกษาแตกต่างกัน จะมีทัศนคติต่อนโยบายแตกต่างกัน จากการวิจัยยังพบว่า การเปิดรับทราบข่าวสารนโยบายมีความสัมพันธ์กับทัศนคติต่อนโยบายพักทรัพย์ พักหนี้ โดยมีความสัมพันธ์ทางลบ กล่าวคือ ผู้ประกอบการธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่เปิดรับข่าวสารนโยบายมาก จะมีทัศนคติต่อนโยบายพักทรัพย์ พักหนี้ลบ ส่วนผู้ประกอบการธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่เปิดรับข่าวสารนโยบายน้อย จะมีทัศนคติต่อนโยบายพักทรัพย์ พักหนี้บวก และพบว่า ทัศนคติต่อนโยบาย มีความสัมพันธ์กับการมีส่วนร่วมต่อนโยบายพักทรัพย์ พักหนี้ โดยมีความสัมพันธ์ทางบวก กล่าวคือ ผู้ประกอบการธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่มีทัศนคติต่อนโยบายบวก จะมีส่วนร่วมต่อนโยบายพักทรัพย์ พักหนี้ สูง ในขณะที่ ผู้ประกอบการธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่มีทัศนคติต่อนโยบายลบจะมีส่วนร่วมต่อนโยบายพักทรัพย์ พักหนี้ ต่ำ
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2024-09-19



