ผลของโปรแกรมการควบคุมภาวะน้ำหนักเกินร่วมกับแรงสนับสนุนจากครอบครัวต่อพฤติกรรมการควบคุมน้ำหนักและค่ามวลกล้ามเนื้อของเด็กวัยเรียนตอนปลายที่มีภาวะน้ำหนักเกินในจังหวัดสกลนคร
收藏DataCite Commons2025-05-19 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.248
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
ภาวะน้ำหนักเกินในเด็กเป็นภาวะที่เกิดจากการที่ร่างกายของเด็กได้รับพลังงานจากอาหารเกินความต้องการ จนเกิดการสะสมพลังงานไว้ในร่างกายในรูปแบบของไขมันและเก็บสะสมเอาไว้จนก่อให้เกิดโรคอ้วน ภาวะน้ำหนักเกินส่งผลต่อการเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะสุขภาพในวัยต่อมา ภาวะน้ำหนักเกินในเด็กวัยเรียน เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของโลกและประเทศไทยเนื่องจากเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคเรื้อรังเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ การวิจัยนี้เป็นงานวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่ม วัดผลก่อน-หลังการทดลองและวัดผลซ้ำ เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการควบคุมภาวะน้ำหนักเกินร่วมกับแรงสนับสนุนจากครอบครัวต่อพฤติกรรมการควบคุมน้ำหนักและค่ามวลกล้ามเนื้อของเด็กวัยเรียนตอนปลายที่มีภาวะน้ำหนักเกินในจังหวัดสกลนคร โดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีพฤติกรรมตามแผนร่วมกับแนวคิดแรงสนับสนุนจากครอบครัว กลุ่มตัวอย่างเป็นเด็กวัยเรียนตอนปลายที่มีภาวะน้ำหนักเกิน ระดับเริ่มอ้วน (+2SD) และอ้วน (+3SD) คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างตามคุณสมบัติตามเกณฑ์ ทำการสุ่มตัวอย่างอย่างง่ายจำนวน 54 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง จำนวน 27 คน และกลุ่มควบคุมได้รับการดูแลตามปกติ จำนวน 27 คนมีอายุระหว่าง 10–11 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-5 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดสกลนคร โดยกลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการควบคุมภาวะน้ำหนักเกินร่วมกับแรงสนับสนุนจากครอบครัวใช้ระยะเวลาในการศึกษา 8 สัปดาห์ เข้าร่วมโปรแกรม 4 สัปดาห์ ประเมินผลก่อนเข้าร่วมโปรแกรมและติดตามผลหลังเข้าร่วมโปรแกรมเสร็จสิ้น 2 สัปดาห์ และ 4 สัปดาห์ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยวิธีการตอบแบบสอบถามทัศนคติในการมีพฤติกรรมควบคุมน้ำหนัก แบบสอบถามการคล้อยตามกลุ่มอ้างอิงในการมีพฤติกรรมควบคุมน้ำหนัก แบบสอบถามการรับรู้ความสามารถในการมีพฤติกรรมควบคุมน้ำหนัก แบบสอบถามความตั้งใจในการมีพฤติกรรมควบคุมน้ำหนักและการวัดมวลกล้ามเนื้อหลังการเข้าร่วมโปรแกรมทันที ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการดูแลตามปกติจากครอบครัว ติดตามเก็บรวบรวมข้อมูลพฤติกรรมการควบคุมน้ำหนักหลังการเข้าร่วมโปรแกรม 2 และ 4 สัปดาห์ (สัปดาห์ที่ 6 และ 8) ติดตามประเมินกล้ามเนื้อหลังการเข้าร่วมโปรแกรมทันที วิเคราะห์ข้อมูลด้วย ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน Chi-square test Fisher’s Exact Test Paired t-test Independent t-test และRepeated Measure ANOVA โดยกำหนดนัยสำคัญทางสถิติ α = .05 ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังเข้าร่วมโปรแกรมการควบคุมภาวะน้ำหนักเกินร่วมกับแรงสนับสนุนจากครอบครัว พฤติกรรมการควบคุมน้ำหนักในแต่ละช่วงเวลาแตกต่างกัน (F= 728.927, p<.001) ปฏิสัมพันธ์ของโปรแกรมฯ และช่วงเวลามีผลต่อพฤติกรรมการควบคุมน้ำหนักของกลุ่มตัวอย่าง (F= 316.027, p<.001) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อวิเคราะห์ระหว่างกลุ่มพบว่า กลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองมีพฤติกรรมการควบคุมน้ำหนักแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (F= 734.303, p<.001) และมีตัวแปรที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เช่น มีคะแนนเฉลี่ยทัศนคติในการควบคุมน้ำหนัก (t= 40.46, p<.05) การคล้อยตามกลุ่มอ้างอิงในการควบคุมน้ำหนัก (t= 26.99, p<.05) การรับรู้ความสามารถของตนเองในการควบคุมน้ำหนัก (t= 25.22, p<.05) และความตั้งใจในการควบคุมน้ำหนัก (t= 52.41, p<.05) นอกจากนี้ภายหลังเข้าร่วมโปรแกรมฯ อีกทั้งกลุ่มทดลองมีมวลกล้ามเนื้อสูงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมฯ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t=2.635, p=.014) แต่ไม่แตกต่างจากกลุ่มควบคุม (t=.077, p > .05)ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าโปรแกรมการควบคุมภาวะน้ำหนักเกินร่วมกับแรงสนับสนุนจากครอบครัวสามารถทำให้เด็กในวัยเรียนตอนปลายที่มีภาวะน้ำหนักเกินมีทัศนคติที่ดีในการควบคุมน้ำหนัก เกิดการคล้อยตามกลุ่มอ้างอิงในการควบคุมน้ำหนัก มีการรับรู้ความสามารถของตนเองในการควบคุมน้ำหนัก เกิดความตั้งใจในการควบคุมน้ำหนัก ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการควบคุมน้ำหนักที่ต่อเนื่องและคงทน อย่างไรก็ตามการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อในเด็กควรใช้เวลาอย่างน้อย 8 สัปดาห์ จึงจะเกิดการเปลี่ยนแปลง และมีข้อเสนอแนะว่า พยาบาลสามารถนำโปรแกรมการควบคุมภาวะน้ำหนักเกินร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคมจากครอบครัวไปใช้ โดยประสานงานร่วมกับผู้ดูแลหลัก เพื่อส่งเสริมให้เด็กที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วนให้มีพฤติกรรมควบคุมน้ำหนักที่ถูกต้องเหมาะสมต่อไป
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-05-19



