five

การใช้กฎหมายเป็นอาวุธเพื่อปราบปรามฝ่ายตรงข้ามในทางการเมืองของคณะราษฎรระหว่าง พ.ศ. 2476-2482

收藏
DataCite Commons2025-09-10 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.683
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ต้องการศึกษา “การใช้กฎหมายเป็นอาวุธเพื่อปราบปรามฝ่ายตรงข้ามในทางการเมืองของคณะราษฎรระหว่าง พ.ศ. 2476 อันเป็นช่วงเวลาที่คณะราษฎรจัดตั้งรัฐบาลขึ้นมา และมีการใช้กฎหมายเป็นอาวุธเพื่อปราบปรามฝ่ายตรงข้ามในทางการเมืองของคณะราษฎรไปจนถึง พ.ศ. 2482 ที่การใช้กฎหมายเป็นอาวุธเพื่อปราบปรามฝ่ายตรงข้ามในทางการเมืองของคณะราษฎรสิ้นสุดลง คำถามหลักของงานศึกษาคือ การใช้กฎหมายเป็นอาวุธเพื่อปราบปรามฝ่ายตรงข้ามในทางการเมืองของคณะราษฎรระหว่าง พ.ศ. 2476 - 2482 มีลักษณะและวิธีการปฏิบัติอย่างไร และเอกสารคดีที่แสดงให้เห็นถึงการใช้กฎหมายเป็นอาวุธเพื่อปราบปรามฝ่ายตรงข้ามในทางการเมืองของคณะราษฎรเหล่านั้น สะท้อนให้เห็นถึงบริบททางการเมืองไทยในขณะนั้นอย่างไรวิธีการศึกษาใช้เอกสารชั้นต้นและเอกสารชั้นรองคือ เอกสารสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี บันทึกความทรงจำหรือบันทึกส่วนบุคคลบันทึกที่ร่วมสมัยกับเหตุการณ์ วิทยานิพนธ์หนังสือ บทความในวารสารและนิตยสาร หนังสือพิมพ์ และสารคดีการเมือง เพื่อตรวจสอบ วิเคราะห์และนำเสนอออกมาเป็นงานศึกษานี้จากการศึกษาพบว่า คณะราษฎรต้องเผชิญหน้ากับการต่อต้านจากฝ่ายตรงข้ามในทางการเมืองของตนเองอยู่ตลอดช่วงเวลาระหว่าง พ.ศ. 2476 – 2482 ทำให้คณะราษฎรใช้กฎหมายเป็นอาวุธเพื่อปราบปรามฝ่ายตรงข้ามในทางการเมืองของตนเอง คณะราษฎรใช้พระราชบัญญัติจัดการป้องกันรักษารัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2476 เพื่อปราบปรามฝ่ายตรงข้ามในทางการเมืองของคณะราษฎรบ่อยครั้งที่สุด วิธีการที่คณะราษฎรใช้กฎหมายเป็นอาวุธเพื่อปราบปรามฝ่ายตรงข้ามในทางการเมืองของคณะราษฎรนั้นปรากฎให้เห็นทั้งวิธีที่ดำเนินการตามหลักกระบวนการยุติธรรมคือ ให้ศาลยุติธรรมเป็นผู้ใช้พระราชบัญญัติดังกล่าว และวิธีที่ละเมิดกระบวนการยุติธรรมคือ คณะราษฎรจะให้คณะกรรมการตามความในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติจัดการป้องกันรักษารัฐธรรมนูญ เป็นผู้พิจารณาแทนศาลยุติธรรมและผู้พิพากษานอกจากนี้ คณะราษฎรใช้ศาลพิเศษเป็น “กลไกพิเศษ” ในการใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเป็นอาวุธเพื่อปราบปรามฝ่ายตรงข้ามในทางการเมืองของคณะราษฎร ศาลพิเศษมีความแตกต่างไปจากการดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมโดยทั่วไปนั้นคือ ศาลพิเศษสามารถดำเนินคดีกับบุคคลใดก็ได้ ศาลพิเศษเป็นศาลชั้นเดียวจึงไม่มีศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา จำเลยในศาลพิเศษไม่สามารถตั้งทนายมาสู้คดีได้ และบุคคลที่มีอำนาจสูงสุดในศาลพิเศษคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมหรือฝ่ายบริหาร จึงทำให้ศาลพิเศษถูกวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องของความยุติธรรมความเป็นอิสระของศาล และการละเมิดอำนาจฝ่ายตุลาการกับรัฐธรรมนูญ แต่ในอีกแง่หนึ่ง ศาลพิเศษเป็นกลไกพิเศษที่มีประสิทธิภาพในการนำกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเป็นอาวุธเพื่อปราบปรามฝ่ายตรงข้ามในทางการเมืองของคณะราษฎร ทำให้นับตั้งแต่ภายหลังการจัดตั้งศาลพิเศษ พ.ศ. 2481 หรือ ศาลพิเศษ พ.ศ. 2482 (หากนับปี พ.ศ. แบบปัจจุบัน) เป็นต้นมา คณะราษฎรไม่เผชิญหน้ากับการต่อต้านระบบการปกครองอีกเลย
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-09-10
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务