การขยายความหมายของคำกริยา「出す」จากมุมมองของภาษาศาสตร์ปริชาน
收藏DataCite Commons2026-02-11 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2025.139
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การขยายความหมายเป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางภาษาอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดคำหลายความหมาย กลไกสำคัญที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์นี้ คือ การเลือกปรากฏในหน่วยสร้างเฉพาะและกระบวนการทางปริชาน การขยายความหมายเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบและมีรูปแบบ งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความหมาย บริบททางวากยสัมพันธ์ การเลือกปรากฏ และวิเคราะห์รูปแบบการขยายความหมายและกระบวนการทางปริชานเบื้องหลังของการขยายความหมายของคำกริยา「出す」ในภาษาญี่ปุ่น โดยศึกษากรณีการใช้「出す」ที่ปรากฏในทวิตเตอร์ จำนวน 300 ตัวอย่าง ผลการวิจัยพบว่าคำกริยา「出す」เป็นคำหลายความหมายโดยมี 20 กลุ่มความหมาย ดังนี้ กลุ่มความหมายที่ 1 นำบางสิ่งออกมาจากภายในสู่ภายนอก กลุ่มความหมายที่ 2 นำบางส่วนของร่างกายออกมาสู่ภายนอก กลุ่มความหมายที่ 3 การเจริญเติบโตของพืช กลุ่มความหมายที่ 4 การปรากฏตัว การเข้าร่วม กลุ่มความหมายที่ 5 เกี่ยวกับเสียง กลุ่มความหมายที่ 6 เกี่ยวกับการพูด กลุ่มความหมายที่ 7 แจ้งให้ทราบ ประกาศ เตือน สั่ง กลุ่มความหมายที่ 8 ยื่นเอกสาร/ออกเอกสารให้ กลุ่มความหมายที่ 9 การเผยแพร่ การเปิดเผย การประกาศให้ทราบทั่วกันผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ กลุ่มความหมายที่ 10 แสดงอารมณ์ ความรู้สึก บรรยากาศ กลุ่มความหมายที่ 11 การสร้างบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาอันเป็นผลมาจากการกระทำบางอย่าง กลุ่มความหมายที่ 12 การเริ่มต้นลงมือทำบางอย่าง กลุ่มความหมายที่ 13 จ่ายเงินให้ ออกค่าใช้จ่ายให้ กลุ่มความหมายที่ 14 แสดงทักษะ ความสามารถ สกิลในเกม กลุ่มความหมายที่ 15 ส่งลงแข่งขันในเกมหรือการเลือกตั้ง กลุ่มความหมายที่ 16 การให้ มอบหมายการบ้าน กลุ่มความหมายที่ 17 การออกตัว เริ่มเคลื่อนไหว กลุ่มความหมายที่ 18 เปิดร้านใหม่ กลุ่มความหมายที่ 19 นำไปทำบางอย่างเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง กลุ่มความหมายที่ 20 การปล่อยของเหลวภายในร่างกายออกมารูปแบบการขยายความหมายมี 4 รูปแบบ ได้แก่ รูปแบบที่ 1 จากเหตุการณ์ที่มีผู้กระทำการให้เคลื่อนที่ สู่ เหตุการณ์ที่ไม่มีผู้กระทำการให้เคลื่อนที่ ผ่านการอนุมานตามบริบท รูปแบบที่ 2 จากสิ่งที่เคลื่อนที่ที่เป็นสิ่งมีชีวิต/สิ่งไม่มีชีวิตไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยตนเอง และ มีเส้นทางการเคลื่อนที่ออกทางกายภาพ สู่ สิ่งที่เคลื่อนที่นามธรรมที่มีเส้นทางการเคลื่อนที่แบบเสมือน ผ่านอุปลักษณ์ รูปแบบที่ 3 จากเหตุการณ์ที่ต้องควบคุมสิ่งที่เคลื่อนที่ด้วยมือ สู่ เหตุการณ์อื่นที่ไม่ได้ใช้มือควบคุมการเคลื่อนที่ ผ่านอุปลักษณ์และนามนัย รูปแบบที่ 4 จากเหตุการณ์ที่แฝงเจตนาของผู้กระทำ สู่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเองโดยปราศจากเจตนาของผู้กระทำ ผ่านการอนุมานตามบริบท ผลการศึกษาแสดงให้เห็นถึงลักษณะที่เป็นพลวัตและมีระบบของการขยายความหมายของคำกริยา และแสดงถึงปฏิสัมพันธ์ทางหน่วยสร้างและกระบวนการทางปริชาน เช่น อุปลักษณ์ นามนัย การอนุมานจากบริบท ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญในการกำหนดความหลากหลายของความหมายของคำกริยาในภาษาญี่ปุ่น
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2026-02-11



