five

ปัญหาการขายบริการทางเพศของคนต่างด้าวในประเทศไทย: ศึกษาเปรียบเทียบกับต่างประเทศ

收藏
DataCite Commons2026-02-13 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2025.170
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
ปัจจุบันการขายบริการทางเพศเริ่มถูกพูดถึงในฐานะสิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคลมากขึ้น ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจที่ขยายตัว ทำให้การเคลื่อนย้ายของบุคคลระหว่างประเทศเกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย ส่งผลให้ผู้ขายบริการทางเพศในประเทศไทยไม่จำกัดอยู่เฉพาะคนไทยเท่านั้นแต่ยังรวมถึงคนต่างด้าวด้วย การค้นคว้าอิสระฉบับนี้จึงมุ่งศึกษาปัญหาการขายบริการทางเพศของคนต่างด้าวในประเทศไทย โดยเฉพาะในมิติของสิทธิและเสรีภาพที่ได้รับการรับรองตามกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน กติการะหว่างประเทศ อนุสัญญาระหว่างประเทศ หรือเอกสารระหว่างประเทศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นพิจารณาสิทธิเชิงลึกในประเด็นสำคัญ ได้แก่ สิทธิในชีวิตและร่างกาย สิทธิในการกำหนดเจตจำนงของตน สิทธิในการประกอบอาชีพ สิทธิในการเข้าถึงบริการสุขภาพ และสิทธิในความเสมอภาคและการไม่ถูกเลือกปฏิบัติ ในการศึกษานี้ได้มีการหยิบยกประเทศทั้งในสหภาพยุโรป ได้แก่ ประเทศเนเธอร์แลนด์และประเทศสวีเดน และประเทศในกลุ่มอาเซียน ได้แก่ ประเทศสิงคโปร์และประเทศลาว มาพิจารณาเปรียบเทียบในด้านแนวคิด หลักการ และกฎหมายภายในประเทศ ตลอดจนการดำเนินการภายใต้กรอบของกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งทั้งสี่ประเทศมีแนวทางในการจัดการกับผู้ขายบริการทางเพศคนต่างด้าวแตกต่างกันออกไป สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองทางสังคม วัฒนธรรม และกฎหมายที่หลากหลาย ซึ่งล้วนมีจุดเด่นและแนวปฏิบัติที่น่าสนใจอันเป็นประโยชน์ในการนำมาประยุกต์ใช้หรือปรับให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทยได้ จากการศึกษา พบว่า การขายบริการทางเพศของคนต่างด้าวในประเทศไทยยังไม่ได้รับการรับรองอย่างชัดเจนตามกฎหมายไทย ส่งผลให้เกิดปัญหาและผลกระทบหลายประการ แม้จะมีกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับประเด็นนี้ทั้งทางตรงและทางอ้อม ในทางตรง ได้แก่ พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 และในทางอ้อม ได้แก่ พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 และพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 กฎหมายเหล่านี้มีบทบัญญัติที่ส่งผลโดยตรงต่อสถานะและสิทธิของผู้ขายบริการทางเพศที่เป็นคนต่างด้าว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การกำหนดให้การขายบริการทางเพศเป็นความผิดทางกฎหมาย แม้จะมีการปรับโทษจากเดิมที่เป็นความผิดอาญาให้เป็นเพียงโทษปรับทางพินัย (ตามพระราชบัญญัติปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565) แต่ก็ยังถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมายอยู่เช่นเดิมและไม่ได้ถูกนำมาบังคับใช้กับคนต่างด้าว สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่ากฎหมายไทยยังไม่ยอมรับการขายบริการทางเพศของคนต่างด้าวในฐานะสิทธิและเสรีภาพของปัจเจกบุคคล อีกทั้ง ยังไม่มีบทบัญญัติใดที่ให้ความคุ้มครองแก่ผู้ขายบริการทางเพศ ส่งผลให้แนวทางกฎหมายของไทยขัดต่อหลักการ แนวคิด และกฎหมายระหว่างประเทศในเรื่องสิทธิและเสรีภาพอย่างชัดเจนเมื่อขาดกฎหมายที่รับรองและคุ้มครอง ผู้ขายบริการทางเพศที่เป็นคนต่างด้าวโดยพื้นฐานแล้วมักอยู่ในสถานะที่เปราะบางกว่าผู้ขายบริการทางเพศสัญชาติไทยจึงยิ่งตกอยู่ในความเสี่ยงมากยิ่งขึ้นในหลายกรณีการบังคับใช้กฎหมายภายใต้บริบทนี้จึงไม่เพียงขาดประสิทธิภาพ แต่ยังส่งผลย้อนกลับทำให้การขายบริการทางเพศของคนต่างด้าวยังคงดำเนินต่อไป และยากต่อการควบคุมดูแลให้เป็นระบบอีกด้วย ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาถึงแนวคิด หลักการ กฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงกฎหมายของต่างประเทศ เพื่อนำมาใช้เป็นแนวทางในการกำหนดมาตรการที่เหมาะสมและสามารถปรับใช้กับบริบทของประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้กฎหมายไทยมีความสอดคล้องกับสถานการณ์ร่วมสมัย เพียงพอสำหรับการบังคับใช้กับบุคคลต่างด้าว และไม่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนตามที่กฎหมายระหว่างประเทศรับรอง อีกทั้งยังเป็นแนวทางในการควบคุมและกำกับดูแลการขายบริการทางเพศของคนต่างด้าวได้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรม
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2026-02-13
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务