ปัญหาและการสนับสนุนทางสังคมของผู้ดูแลเด็กปากแหว่งเพดานโหว่: ศึกษาเฉพาะกรณีโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา
收藏资源简介:
การศึกษาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาของผู้ดูแลเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ และเพื่อศึกษาการสนับสนุนทางสังคมของผู้ดูแลเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ ใช้รูปแบบการวิจัยแบบผสมผสาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ ผู้ดูแลเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ จํานวน 73 ราย โดยคัดเลือกจากการสุ่มตามสะดวก และการสัมภาษณ์นักสังคมสงเคราะห์ในโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จำนวน 2 ราย โดยใช้การคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง เก็บข้อมูลจากแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์การคัดเลือก และเกณฑ์การคัดออกของผู้มีส่วนร่วมในการวิจัย วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้สถิติบรรยายและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการถอดถ้อยคำจากการสัมภาษณ์ ผลการศึกษาพบว่า ปัญหาของผู้ดูแลเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ มีภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.96 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ปัญหาด้านอารมณ์และจิตใจมีคะแนนเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมาได้แก่ ปัญหาด้านเศรษฐกิจและสังคม และปัญหาด้านร่างกาย ตามลำดับ การสนับสนุนของผู้ดูแลเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ มีภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.77 และเมื่อพิจารณารายด้านพบว่า การสนับสนุนด้านอารมณ์และจิตใจมีคะแนนเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงได้แก่ การสนับสนุนทางสังคมด้านเครือข่ายทางสังคม และการสนับสนุนทางสังคมด้านการยอมรับและเห็นคุณค่า ตามลำดับ นอกจากนี้ยังพบว่า ปัญหาด้านอารมณ์และจิตใจของผู้ดูแลเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ มีความสัมพันธ์ทางบวกกับการสนับสนุนทางสังคมด้านเครือข่ายทางสังคม อย่างมีนัยทางสถิติที่ระดับ 0.05ข้อเสนอแนะจากการศึกษา คือ ควรจัดให้มีแบบประเมินความเครียดตนเอง ในศูนย์ปากแหว่งเพดานโหว่ เพื่อช่วยคัดกรองให้ผู้ดูแลที่มีความเครียดสูง สามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพจิต และควรจัดให้มีแบบประเมินตนเองในด้านความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ใช้ในการรักษาก่อนจำหน่วยผู้ป่วยกลับบ้าน นักสังคมสงเคราะห์ควรจัดให้มีการแนะนำและการให้คำปรึกษาทางสังคมเป็นรายบุคคลกับผู้ดูแลที่มีปัญหาด้านอารมณ์และจิตใจ และจัดให้มีบริการในการสนับสนุนส่งเสริมให้บุคคลในครอบครัวของผู้ดูแลเป็นส่วนหนึ่งของทีมสุขภาพ เพื่อกระตุ้นสัมพันธภาพภายในครอบครัว ให้มีบทบาทในการดูแลเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ร่วมกับผู้ดูแล เช่น การจัดทำกลุ่มผู้ดูแลหลักที่มีผู้ดูแลรองคอยช่วยเหลือ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้กับครอบครัวเด็กปากแหว่งเพดานโหว่รายอื่นๆ



