การศึกษาเภสัชวิทยาพื้นบ้าน เภสัชเวท และฤทธิ์ต้านการอักเสบของสมุนไพรโคคลาน
收藏DataCite Commons2025-07-31 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.1660
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
โคคลาน เป็นสมุนไพรที่พบว่ามีกระจายอยู่ทั่วโลก และพบบ่อยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นหนึ่งในสมุนไพรไทย เถาของโคคลานมีสรรพคุณแก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย แก้เส้นเอ็นตึงแข็ง ปวดหลัง ปวดเอว จากการทบทวนวรรณกรรมพบว่ามีการนำมาใช้บ่อยในทางการแพทย์แผนไทย ทั้งรูปแบบของสมุนไพรเดี่ยวและผสมในตำรับ โดยในประเทศไทยมีโคคลานหลักๆอยู่สามสายพันธุ์ คือ Mallotus repandus (Willd) Mull. Arg. (MR), Anamirta cocculus (L.) Wight & Arn. (AC) และ Croton caudatus Geiseler (CC) ดังนั้น วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้เพื่อศึกษารวบรวมตำรับยาจากคัมภีร์ทางการแพทย์แผนไทยและหมอพื้นบ้าน ที่มีสมุนไพรโคคลานเป็นส่วนประกอบ ทั้งสมุนไพรเดี่ยวและตำรับ และนำมาเปรียบเทียบความแตกต่างของสายพันธุ์โคคลานในประเทศไทย นำไปสู่การศึกษาองค์ความรู้จากหมอพื้นบ้านที่มีต่อสมุนไพรโคคลาน และศึกษาเปรียบเทียบฤทธิ์ต้านการอักเสบของสารสกัดโคคลานสายพันธุ์ C. caudatus และ M. repandusการศึกษาองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับสมุนไพรโคคลาน ด้วยวิธีการวิจัยเอกสาร (Documentary research) และการศึกษาองค์ความรู้เรื่องการใช้โคคลานในการรักษาโรคจากหมอพื้นบ้าน (Folk medicines) ด้วยวิธีการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก (Indept interview) เพื่อศึกษาเกี่ยวกับสายพันธุ์สมุนไพรโคคลานที่เป็นตัวอย่างสมุนไพรที่ใช้อ้างอิง (Authentic specimens) พร้อมทั้งการซื้อยาโคคลานจากร้านขายยา (Drug pharmacy stores) ทั่วประเทศ เพื่อเป็นการตรวจสอบว่า โคคลานที่ใช้ในร้านขายยาไทยเป็นโคคลานชนิดใด การศึกษาชนิดของโคคลานด้วยวิธีการตรวจสอบเอกลักษณ์ทางเภสัชเวช (Pharmacognostic studies) ได้แก่ การศึกษาด้วยวิธีทางกายภาพ เป็นการศึกษาลักษณะทางมหภาค (Macroscopic method) การศึกษาลักษณะทางจุลภาค (Microscopic method) และการศึกษาทางเคมีด้วยวิธีรงคเลขผิวบาง (Thin Layer Chromatography) นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์เพื่อเปรียบเทียบและคัดแยกสายพันธุ์ และทดสอบฤทธิ์ต้านการอักเสบด้วยวิธีการยับยั้งไนตริกออกไซด์ (Nitric oxide) เพื่อเปรียบเทียบว่าชนิดใดออกฤทธิ์ต้านการอักเสบได้ดีที่สุดจากการวิจัยเอกสารจากตำราทั้งหมด 43 เล่ม พบว่ามีโคคลานเป็นส่วนประกอบทั้งหมด 66 ตำรับ ตำรับที่ใช้มากที่สุดคือ การรักษาโรคปวดเมื่อยจำนวน 21 ตำรับ คิดเป็นร้อยละ 31.82 และเมื่อสัมภาษณ์หมอพื้นบ้านจำนวน 12 คน พบว่าหมอพื้นบ้าน ใช้โคคลานรักษาโรคปวดเมื่อยตามร่างกายมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 100.00 และใช้โคคลานชนิด Croton caudatus Geiseler มากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 58.33จากการศึกษาลักษณะของโคคลานพบว่าสายพันธุ์ C. caudatus และ M. repandus มีทั้งส่วนที่คล้ายคลึงกันและส่วนที่แตกต่างกัน โดยเมื่อเปรียบเทียบทางด้านเภสัชเวท และเภสัชพฤษศาสตร์ พบว่ามีความแตกต่างทั้งลักษณะทั่วไป ใบ เถา ดอก ผล และเมล็ด โดย berginin, mallorepine และ lupeol ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์สำคัญที่พบในส่วนเถาของ M.repandus ซึ่งแตกต่างกับอีกสายพันธุ์คือ C. caudatus มีสารสำคัญเช่น dotriacontamol, bomyrin และ β-sitosterol ผลการศึกษาการทดสอบฤทธิ์ต้านการอักเสบของสารสกัดชั้นเอทานอล 95% เถาโคคลานทั้งสองสายพันธุ์ ในการยับยั้ง Nitric oxide ในเซลล์ Raw 264.7 ของ C. caudatus พบว่ามีค่า IC50 เท่ากับ 4.52 ± 0.41 µg/mL ซึ่งฤทธิ์ดีกว่า M. repandus ที่มีค่า IC50 เท่ากับ 69.44 ± 0.63 µg/mL อย่างไรก็ตาม ทั้งสองสายพันธุ์มีฤทธิ์ต้านการอักเสบน้อยกว่าสารมาตรฐานคือ Prednisolone ที่มีค่า IC50 เท่ากับ 0.149 ± 0.01 µg/mLเมื่อคัดแยกสายพันธุ์จากที่เก็บจากร้านขายยาไทยทั่งประเทศ จำนวน 20 ร้าน พบว่าส่วนใหญ่ที่ขายในร้านขายยาคือสายพันธุ์ M. repandus มากกว่าสายพันธุ์ C. caudatus (ร้อยละ 50.00 และ 10.00 ตามลำดับ) ส่วนสายพันธุ์ที่ไม่สามารถระบุได้ด้วยวิธีรงคเลขผิวบาง (Thin Layer Chromatography) อีกจำนวน 8 ตัวอย่าง ซึ่งคาดว่าเป็นการผสมระหว่างสองสายพันธุ์จากผลการทดลองสรุปได้ว่าสารสกัดชั้นเอทานอลของ C. caudatus มีฤทธิ์ต้านการอักเสบที่มากกว่า M. repandus แต่ที่เก็บจากร้านขายยาทั่วประเทศมีน้อยมาก ดังนั้น จึงควรศึกษาในเรื่องฤทธิ์ต้านอักเสบเชิงลึกว่าสายพันธ์ใดมีฤทธิ์ดีที่สุดเพื่อการนำมาใช้รักษาอาการอักเสบของโรคระบบประสาทและกล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-07-31



