five

การศึกษาเปรียบเทียบการลงทุนในดัชนี SET50 ร่วมกับกลุ่มหลักทรัพย์หุ้นสามัญจาก ESG100

收藏
DataCite Commons2023-09-27 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.829
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 ส่งผลให้วิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนถูกเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิงและเกิดเป็นคำศัพท์ใหม่เพื่อสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว คือ “New Normal” ซึ่งไม่เพียงแค่พฤติกรรมในชีวิตประจำวันโดยทั่วไปที่ต้องมีการปรับตัวใหม่ แต่ยังรวมถึงโลกแห่งการลงทุนเช่นเดียวกันที่เน้นซื้อขายเก็งกำไรระยะสั้นอาจไม่ตอบโจทย์กับโลกที่เปลี่ยนแปลง จึงนำมาสู่พฤติกรรมการลงทุนรูปแบบใหม่ คือ “การลงทุนอย่างยั่งยืน” ซึ่งเป็นการลงทุนที่พิจารณาถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) ควบคู่ไปกับการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน เพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาว โดยสำหรับประเทศไทยได้มีการจัดตั้งกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ซึ่งเป็นการจัดอันดับหลักทรัพย์ด้านการพัฒนาความยั่งยืนของธุรกิจรองรับความต้องการของนักลงทุนที่ให้ความสำคัญในบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ และในระดับโลกมูลค่าการลงทุนอย่างยั่งยืนจะมีมูลค่าคิดเป็น 1 ใน 3 ของเงินลงทุนภายใต้การบริหารจัดการทั้งหมดในโลก สะท้อนให้เห็นถึงมูลค่าการลงทุนอย่างยั่งยืนที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วการศึกษาค้นคว้าอิสระนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการลงทุนในดัชนี SET50 ร่วมกับกลุ่มหลักทรัพย์หุ้นสามัญจาก ESG100 ประเทศไทย ส่งผลต่อผลการดำเนินงานอย่างไร ผ่านความแตกต่าง 3 ด้าน ได้แก่ การจัดสรรหลักทรัพย์เข้าพอร์ต แนวคิดการลงทุน และช่วงเวลาที่ต่างกันทั้งช่วงก่อน-ระหว่าง-หลัง COVID-19 เพื่อสร้างความเข้าใจในการบริหารการลงทุนและโดยเฉพาะอย่างยิ่งการพิจารณาลงทุนอย่างยั่งยืน โดยมีกลุ่มตัวอย่าง คือ อัตราผลตอบแทนของดัชนีรวม SET50 และหุ้นสามัญที่ได้รับคัดเลือกจาก ESG100 ประจำปี 2561-2564 ทั้งนี้ใช้ข้อมูลราคาหลักทรัพย์ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 รวมระยะเวลา 5 ปี ทำการศึกษาโดยเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของค่า Sharpe Ratio และด้วยวิธีการวิเคราะห์ทางสถิติแตกต่างตามแต่ละด้าน ประกอบด้วย Independent Samples T-Test, One-Way ANOVA และ Paired Samples T-Test ตามลำดับผลการวิจัย พบว่า ผลการดำเนินงานโดยรวมมีค่า Sharpe Ratio เป็นลบ กล่าวคือ ทุกรูปแบบการจัดสรรหลักทรัพย์เข้าพอร์ต แนวคิดการลงทุน รวมถึงช่วงเวลาที่ต่างกันไม่สามารถสร้างผลการดำเนินงานที่ดีกว่าอัตราผลตอบแทนปราศจากความเสี่ยงได้ อย่างไรก็ตาม เพื่อทดสอบผลการศึกษาดังกล่าวว่าแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ จึงทดสอบสมมติฐานแยกตามแต่ละด้านเพื่อแสดงถึงความแตกต่างในแต่ละด้าน ดังนี้ การจัดสรรหลักทรัพย์เข้าพอร์ตและแนวคิดการลงทุน พบว่า ผลการดำเนินงานไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ กล่าวคือ กลุ่มหลักทรัพย์หุ้นสามัญจาก ESG100 ไม่สามารถทำให้พอร์ตการลงทุนมีผลการดำเนินที่ดีขึ้นได้ทั้งในมิติของผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับและความเสี่ยงที่ไม่ลดลง ในด้านช่วงเวลาที่ต่างกัน พบว่า ในช่วงก่อนและหลัง COVID-19 มีผลการดำเนินงานแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ หมายความว่า หลักทรัพย์หุ้นสามัญซึ่งเป็นชุดของก่อน COVID-19 สามารถสร้างผลการดำเนินในช่วงหลัง COVID-19 ได้ดีขึ้น ในขณะที่สำหรับช่วงระหว่างและหลัง COVID-19 ผลการดำเนินงานไม่แตกต่างกัน นอกจากนี้ เมื่อนำผลการดำเนินงานของช่วงหลัง COVID-19 ซึ่งมาจากสองชุดข้อมูล คือ หลักทรัพย์หุ้นสามัญจาก ESG100 ประจำปี 2561-2562 และ ประจำปี 2563-2564 มาเปรียบเทียบเพื่อทดสอบความแตกต่าง พบว่า แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยค่าเฉลี่ยของค่า Sharpe Ratio ซึ่งมาจากชุดหลักทรัพย์หุ้นสามัญ ESG100 ประจำปี 2563-2564 มีค่าสูงกว่าอีกชุดข้อมูล จึงอนุมานและสรุปได้ว่า หากต้องเลือกหลักทรัพย์เข้าเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตการลงทุน ควรพิจารณาจากช่วงระหว่างหรือหลัง COVID-19 จะสามารถตอบโจทย์การสร้างผลการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพได้มากกว่าช่วงก่อน COVID-19 เนื่องด้วยสภาวะทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-09-27
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务