ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการใช้โดรนเพื่อการทำนาของเกษตรกรกลุ่มนาแปลงใหญ่จังหวัดปทุมธานี
收藏DataCite Commons2024-03-26 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.1542
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการใช้โดรนเพื่อการทำนาของเกษตรกรกลุ่มนาแปลงใหญ่จังหวัดปทุมธานี ในการนี้ได้นำแบบจำลองการยอมรับเทคโนโลยี (Technology Acceptance Model: TAM) ทฤษฎีการยอมรับเทคโนโลยีสารสนเทศ ตัวแบบความเหมาะสมระหว่างงานและเทคโนโลยี (Task-Technology Fit : TTF) และ ทฤษฎีของการจูงใจ (Theories of motivation) มาประยุกต์ใช้ ในด้านระเบียบวิธีวิจัยได้เลือกวิธีวิจัยเชิงสำรวจกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาคือ เกษตรกรกลุ่มนาแปลงใหญ่ ในจังหวัดปทุมธานี จำนวน 329 ตัวอย่าง โดยใช้แบบสอบถามแบบปลายปิดเป็นเครื่องมือในการวิจัย ทำการวิเคราะห์ผลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและใช้สถิติเชิงอนุมาน รวมถึงการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน (CFA) และการวิเคราะห์ทางสถิติด้วยสมการเชิงโครงสร้าง (SEM) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของตัวแปร และพิสูจน์สมมติฐานงานวิจัยผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ เป็นเพศชาย คิดเป็นร้อยละ 63.5 มีอายุระหว่าง 41-55 ปี คิดเป็นร้อยละ 40.1 รองลงมาระหว่าง 25-40 ปี คิดเป็นร้อยละ 31.0 ระดับการศึกษาชั้นประถมศึกษาและมัธยม คิดเป็นร้อยละ 69.3 รายได้เฉลี่ยต่อปีต่อครอบครัว 300,001-400,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 56.8 สมาชิกในครัวเรือนส่วนมากมีจำนวน 1-3 คน คิดเป็นร้อยละ 68.7 ทั้งหมดมีประสบการณ์ในการใช้โดรน และเคยโดรนมากกว่า 5 ครั้งขึ้นไป และส่วนใหญ่มีพื้นที่ทำนา 11-30 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 48.0 ในด้านปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการใช้โดรนเพื่อการทำนาของเกษตรกร พบว่าปัจจัยที่ส่งผลทางตรงเชิงบวกต่อการยอมรับการใช้โดรนในการทำนา (Actual system use) คือทัศนคติต่อการตั้งใจใช้งาน (Attitudes towards ) โดยมีค่าน้ำหนักของปัจจัยที่ 0.608 ซึ่งส่งผลมาจากปัจจัยการใช้งานง่าย (Perceived Ease of Use) โดยมีค่าน้ำหนักของปัจจัยที่ 0.894 ซึ่งมิติที่ส่งผลทางตรงมากที่สุดคือ ปัจจัยด้านความเหมาะสมของงานและเทคโนโลยี (Task Technology Fit) โดยมีค่าน้ำหนักของปัจจัยที่ 0.525 มีองค์ประกอบคือประโยชน์จากเทคโนโลยี ลักษณะของเทคโนโลยี และลักษณะงานตามลำดับ ตามด้วย ปัจจัยด้านปัจจัยภายนอก (External environment) โดยมีค่าน้ำหนักของปัจจัยที่ 0.299 องค์ประกอบที่ส่งผลมากที่สุดคือด้านราคา และสภาพสิ่งอำนวยความสะดวกตามลำดับ และปัจจัยด้านอิทธิพลทางสังคม (Social Influence) โดยมีค่าน้ำหนักของปัจจัยที่ 0.215 องค์ประกอบที่ส่งผลมากที่สุดคือ การได้ทดลองใช้และการตระหนักรู้ ส่วนการการรับรู้ประโยชน์ (Perceived Usefulness) ไม่ส่งผลต่อทัศนคติต่อการตั้งใจใช้งาน (Attitudes toward ) และ มิติด้านความเหมาะสมของงานและเทคโนโลยี (Task Technology Fit) นั้นส่งผลในทางลบต่อการรับรู้ประโยชน์ (Perceived Usefulness) โดยมีค่าน้ำหนักของปัจจัยที่ -0.156 โดยผลการวิจัยนี้สามารถเป็นข้อมูลเพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อพัฒนาศักยภาพเกษตรกร ให้เข้าถึงเทคโนโลยีทางการเกษตรเพิ่มขึ้นและแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมต่อเกษตรกรไทย เพื่อให้เกษตรกรยอมรับและนำมาใช้งานจริง ได้ต่อไป
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2024-03-26



