อุบัติการณ์และปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อซิฟิลิสในกลุ่มผู้ป่วยวัยรุ่นที่ติดเชื้อเอชไอวีที่ทำการรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอชไอวีที่คลินิกนิรนาม โรงพยาบาลปทุมธานี
收藏DataCite Commons2025-07-31 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.333
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
แม้ว่าการระบาดของการติดเชื้อเอชไอวีจะมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่โรคเอดส์ยังคงเป็นประเด็นท้าทายกับระบบสุขภาพของประเทศไทย โรคซิฟิลิสเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบในบ่อยที่สุดในผู้ติดเชื้อเอชไอวีโดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์อัตราอุบัติการณ์และปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อซิฟิลิสในกลุ่มผู้ป่วยวัยรุ่นที่ติดเชื้อเอชไอวี ที่ทำการรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอชไอวี ที่คลินิกนิรนาม โรงพยาบาลปทุมธานี ระหว่างวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2555 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2565 จากฐานข้อมูลผู้ติดเชื้อเอชไอวี โรงพยาบาลปทุมธานี วิเคราะห์โดยใช้เทคนิค Kaplan Meier และวิเคราะห์พหุปัจจัยโดยใช้ Cox proportional hazard ผลการศึกษาพบว่า ผู้ติดเชื้อเอชไอวีส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ร้อยละ 60.71 มีอายุเฉลี่ยขณะเริ่มรับยาต้านไวรัสเอชไอวี 21.63 2.34 ปี พบอัตราการติดเชื้อซิฟิลิส เท่ากับ 21.13 ต่อ 1,000 คน - ปี (95%CI = 15.61 - 28.59) ปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อซิฟิลิสในผู้ติดเชื้อเอชไอวีได้แก่ เป็นกลุ่มประชากรเสี่ยงที่มีลักษะเป็น MSM, TGW, Partner of PLHIV และ ANC (Adjusted Hazard Ratio =2.80 ; 95%CI = 1.41 - 7.23) และมีโรคร่วมได้แก่ หนองใน แผลริมอ่อน เริมที่อวัยวะสืบพันธ์และทวารหนัก หูดหงอนไก่ ไวรัสตับอักเสบบีและกามโรคของต่อมและท่อน้ำเหลือง (Adjusted Hazard Ratio = 3.57 ; 95%CI =1.77 - 7.23) ข้อเสนอแนะในการศึกษาครั้งนี้ ผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่อยู่ในกลุ่มประชากรเสี่ยงคือ กลุ่ม MSM, TGW, Partner of PLHIV และ ANC และมีโรคร่วม คือหนองใน แผลริมอ่อน เริมที่อวัยวะสืบพันธ์และทวารหนัก หูดหงอนไก่ ไวรัสตับอักเสบบีและกามโรคของต่อมและท่อน้ำเหลือง ควรได้รับการตรวจคัดกรองซิฟิลิสทุก ๆ 6 เดือน และบุคลากรทางการแพทย์ต้องเน้นย้ำให้ความรู้เรื่องการป้องกันขณะมีเพศสัมพันธ์ในกลุ่มประชากรเสี่ยง
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-07-31



