การประเมินภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง: ศึกษากรณีการได้มาซึ่งเจ้าพนักงานประเมินภาษี
收藏DataCite Commons2025-09-23 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.893
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นแหล่งรายได้ที่มีความสำคัญต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เนื่องจากเป็นภาษีที่สะท้อนถึงการถือครองทรัพย์สินในพื้นที่และมีศักยภาพในการจัดเก็บอย่างยั่งยืน รายได้จากภาษีประเภทนี้ถูกนำไปใช้ในการพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน การให้บริการสาธารณะ และการเสริมสร้างความสามารถในการพึ่งพาตนเองของท้องถิ่น อย่างไรก็ตามการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องอาศัยผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในการประเมินภาษีเพื่อให้การประเมินเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ เจ้าพนักงานประเมินภาษีจึงถือได้ว่าเป็นกลไกสำคัญในการจัดเก็บภาษีเพื่อนำมาเป็นรายได้ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจากการศึกษาพบว่าประเทศไทยยังไม่มีบทบัญญัติทางกฎหมายที่กำหนดรูปแบบการได้มาซึ่งเจ้าพนักงานประเมินภาษีที่ชัดเจน รวมถึงไม่มีการวางหลักเกณฑ์เรื่องคุณสมบัติขั้นต่ำของบุคคลที่จะเข้าดำรงตำแหน่งดังกล่าวไว้ ส่งผลให้กระบวนการแต่งตั้งเจ้าพนักงานประเมินภาษีขึ้นอยู่กับดุลพินิจของฝ่ายบริหารในแต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหลัก แม้จะมีการออกหนังสือชี้แจ้งโดยกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ด้วยความไม่ชัดเจนนี้อาจนำไปสู่ปัญหาในทางปฏิบัติ เช่น การคัดเลือกบุคคลที่ขาดความรู้ความสามารถในด้านการประเมินทรัพย์สิน ตลอดจนการขาดมาตรฐานวิชาชีพในการประเมินภาษี ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่บั่นทอนประสิทธิภาพและความเป็นธรรมของระบบการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างโดยรวมด้วยเหตุนี้จึงนำมาสู่การศึกษารูปแบบการได้มาซึ่งเจ้าพนักงานประเมินภาษี โดยศึกษาเปรียบเทียบระหว่างระบบการเลือกตั้งในมลรัฐเท็กซัสกับระบบการแต่งตั้งในมลรัฐนิวเจอร์ซีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยพบว่ามลรัฐเท็กซัสใช้ระบบเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน ซึ่งส่งเสริมความยึดโยงและการตรวจสอบจากภาคประชาชน ในขณะที่มลรัฐนิวเจอร์ซีย์แม้จะใช้ระบบแต่งตั้ง แต่ได้กำหนดคุณสมบัติตามมาตรฐานวิชาชีพ เช่น การอบรม การสอบใบรับรอง และการต่ออายุใบอนุญาต ซึ่งช่วยคงไว้ซึ่งความเป็นกลางและความเชี่ยวชาญของเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตาม แม้ระบบการเลือกตั้งเจ้าพนักงานประเมินภาษีจะเสริมสร้างความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชน แต่เมื่อพิจารณาถึงข้อจำกัดทางด้านงบประมาณและบริบทของประเทศไทยที่มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวนมาก ระบบการเลือกตั้งจึงยังไม่ใช่แนวทางที่เหมาะสมที่สุด ในทางกลับกัน ระบบการแต่งตั้งที่ดำเนินการภายใต้กรอบการกำหนดคุณสมบัติที่ชัดเจน มีการรับรองมาตรฐานวิชาชีพ และกลไกการตรวจสอบจากภายนอก กลับเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับโครงสร้างการบริหารราชการของไทยมากกว่า ดังนั้น การปรับปรุงรูปแบบการได้มาซึ่งเจ้าพนักงานประเมินภาษีโดยการพัฒนาระบบการแต่งตั้งเจ้าพนักงานประเมินภาษีให้มีการกำหนดคุณสมบัติเฉพาะเป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพ จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย ทั้งยังเป็นการวางรากฐานในการพัฒนาระบบภาษีท้องถิ่นให้สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลในระยะยาว
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-09-23



