five

การจัดการสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศของพื้นที่สีเขียวในเมือง: สู่การเป็นสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะโดยคำนึงถึงความหลากหลายทางชีวภาพ

收藏
DataCite Commons2023-10-02 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.950
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
สิ่งแวดล้อมเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เพื่อปรับปรุงและรักษาสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตามข้อกำหนด จากการขยายตัวของเมือง การย้ายถิ่น รวมถึงสิ่งปลูกสร้างของมนุษย์ พื้นที่สีเขียวในเมืองหลายแห่ง ถูกแทนที่ด้วยสิ่งปลูกสร้างหรือถูกดัดแปลงให้เหมาะสมกับกิจกรรมและการดำรงชีพของมนุษย์ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและรบกวนความหลากหลายทางชีวภาพ การวิจัยนี้ได้ทำการวิจัย 2 พื้นที่ คือ 1) พื้นที่ของสถาบันการศึกษาสองแห่ง คือ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย 2) พื้นที่หน่วยงานภาครัฐสองแห่ง คือ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และพื้นที่พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยทั้ง 2 พื้นที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกันในเขตปริมณฑลกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีแนวโน้มการขยายตัวของเมือง ได้ทำการวิจัยโดยการลงพื้นที่สำรวจและเก็บข้อมูลพื้นที่สีเขียว วิเคราะห์ร่วมกับกรณีศึกษา การสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานที่ให้ความสำคัญกับการสร้างระบบนิเวศทางด้านความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อเป็นองค์ประกอบในการสร้างเกณฑ์การประเมินพื้นที่สีเขียว และเป็นต้นแบบการจัดการพื้นที่สีเขียวโดยคำนึงถึงความหลากหลายทางชีวภาพในเมือง ผลการวิจัยเมื่อวิเคราะห์ด้านปัจจัยและแนวทางการจัดการสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศพื้นที่สีเขียว พบว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต มีพื้นที่สีเขียวร้อยละ 16 ของพื้นที่ทั้งหมด และมีความหลากหลายทางชีวภาพดังนี้ มีพืช 70 ชนิด มีสัตว์ 50 ชนิด สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย มีพื้นที่สีเขียวร้อยละ 55 ของพื้นที่ทั้งหมด มีความหลากหลายทางชีวภาพ ดังนี้ มีพืช 80 ชนิด และมีสัตว์ 54 ชนิด ส่วนพื้นที่หน่วยงานภาครัฐสองแห่ง พบว่า สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติมีพื้นที่สีเขียวร้อยละ 16 ของพื้นที่ทั้งหมด มีความหลากหลายทางชีวภาพ ดังนี้ มีพืช 66 ชนิด และมีสัตว์ 45 ชนิด และพิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพื้นที่สีเขียวร้อยละ 48 ของพื้นที่ทั้งหมด โดยมีความหลากหลายทางชีวภาพ ดังนี้ มีพืช 93 ชนิด และมีสัตว์ 59 ชนิด จากการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว พบว่า สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชียและพิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงมีพื้นที่สีเขียวและความหลากหลายทางชีวภาพมากกว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สรุปได้ว่า ปัจจัยและแนวทางในการจัดการสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศของพื้นที่สีเขียวในเมืองให้พัฒนาเป็นสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะโดยคำนึงถึงควาหลากหลายทางชีวภาพ คือ 1) ต้องมีการกำหนดแผนผังในการพัฒนาพื้นที่เพื่อไม่ให้รุกล้ำพื้นที่สีเขียว 2) ต้องมีการปลูกพืชท้องถิ่นให้หลากหลายชนิดซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งช่วยเป็นที่อยู่อาศัยและเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ท้องถิ่น 3) ควรมีการกันพื้นที่สีเขียวบางส่วนให้เป็นพื้นที่ที่มนุษย์เข้าถึงยากเพื่อป้องกันไม่ให้พืช และสัตว์ถูกรบกวนจากมนุษย์ ผลการวิจัยครั้งนี้ได้สร้างเกณฑ์การประเมินคุณภาพพื้นที่สีเขียวที่เอื้อต่อความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อนำไปใช้ในการประเมินคุณภาพพื้นที่สีเขียวที่เอื้อต่อความหลากหลายทางชีวภาพครอบคลุม 9 หัวข้อหลัก คือ 1) ที่ตั้งโครงการ 2) พื้นที่เปิดโล่งเชิงนิเวศ 3) การมีพันธุ์ไม้ในพื้นที่เปิดโล่ง 4) การเลือกใช้พันธุ์ไม้ท้องถิ่นที่เหมาะสมและเอื้อต่อการเป็นที่อยู่อาศัยและอาหารแก่สัตว์ท้องถิ่น 5) พื้นที่ซึมน้ำ 6) การจัดสวนบนหลังคาหรือสวนแนวตั้ง 7) พื้นที่ดาดแข็ง 8) ลำดับการเข้าถึงพื้นที่สีเขียว 9) การออกแบบพื้นที่สีเขียวให้เอื้อต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งผลการประเมินครั้งนี้ พบว่า พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติ-พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้คะแนน 82 มีคุณภาพระดับดีมาก รองลงมาคือ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ได้คะแนน 68 มีคุณภาพระดับดี และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ได้คะแนน 57 มีคุณภาพระดับปานกลาง และได้คะแนนต่ำสุดคือ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ได้คะแนน 40 มีคุณภาพระดับต่ำ การนำเสนอแนวทางการจัดการสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศพื้นที่สีเขียวสู่ความหลากหลายทางชีวภาพในเมือง ควรมีเกณฑ์การประเมิน และมีวิธีดำเนินการที่เหมาะสม การออกแบบพื้นที่ควรแบ่งลำดับการเข้าถึงพื้นที่สีเขียวของมนุษย์เพื่อลดการรบกวนวงจรชีวิตของสัตว์ โดยแบ่งการเข้าถึงเป็น 3 รูปแบบ คือ 1) พื้นที่สีเขียวที่เอื้อต่อการทำกิจกรรมของมนุษย์ 2) พื้นที่ที่มีการเข้าถึงยาก โดยอาจมีเพียงเส้นทางเดินเท้าเท่านั้น 3) พื้นที่ป่า โดยเป็นการปลูกพืชท้องถิ่นที่เอื้อต่อที่อยู่อาศัยและเป็นแหล่งอาหารให้แก่สัตว์ พื้นที่ป่าจะเอื้อต่อสิ่งมีชีวิตอื่นโดยไม่รบกวนวงจรชีวิต และลดการรบกวนของมนุษย์ให้มากที่สุด การจัดลำดับการเข้าถึงพื้นที่สีเขียวนี้เพื่อช่วยจัดระเบียบการอยู่อาศัยร่วมกันระหว่างมนุษย์ พืช และสัตว์ ซึ่งต้นแบบจากการศึกษานี้จะเป็นประโยชน์ให้กับพื้นที่สาธารณะ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-10-02
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务