five

การศึกษาวิเคราะห์ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ : ศึกษากรณีการค้ามนุษย์เพื่อการค้าประเวณี

收藏
DataCite Commons2024-10-29 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/STOU.the.2020.4
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาที่มาของการค้าประเวณีที่นำไปสู่การค้ามนุษย์ (2) ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี ที่เกี่ยวข้องกับการค้าประเวณี และการค้ามนุษย์ (3) ศึกษาปัญหาการบังคับใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ในประเทศไทย และสาธารณรัฐสวีเดน สาธารณรัฐนอร์เวย์ และราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ (4) ศึกษาพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 เปรียบเทียบกับพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (5) วิเคราะห์ สรุป ปัญหาการค้าประเวณีที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยวิธีวิจัยเอกสาร โดยศึกษาจากพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 และประมวลกฎหมายอาญา รวมถึง บทความ วารสาร วิทยานิพนธ์ ของประเทศไทย และต่างประเทศ ที่เกี่ยวกับการค้าประเวณี ที่เป็นการค้ามนุษย์ โดยการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้รวบรวมข้อมูลให้เป็นระบบซึ่งในส่วนของการวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัย ผู้วิจัยจะทำการสังเคราะห์และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยวิเคราะห์จากเนื้อหาที่ได้จากการวิจัยเอกสารและการทบทวนวรรณกรรม เพื่อนํามาเป็นแนวทางในการจัดทําข้อเสนอแนะแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณ พ.ศ. 2539 ต่อไป ผลการศึกษาพบว่า (1) การค้ามนุษย์เพื่อค้าประเวณี จะต้องเป็นการบังคับ ขู่เข็ญ เหยื่อให้ค้าประเวณีและแสวงหาประโยชน์ในทางเพศรูปแบบอื่น ๆ ซึ่งในปัจจุบันมีวิธีการที่หลากหลาย สลับซับซ้อน ยากต่อการจับกุมและลงโทษผู้กระทำความผิด (2) การนำมนุษย์มาขายเหมือนเป็นสินค้า เป็นการกระทําที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและเป็นการลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างร้ายแรง (3) การให้ความคุ้มครองเหยื่อจากการค้ามนุษย์ มีความสัมพันธ์กับแนวคิดในการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี ที่ให้ความคุ้มครองเหยื่อจากการค้าประเวณี ซึ่งสาธารณรัฐสวีเดน สาธารณรัฐนอร์เวย์นั้นมีกฎหมายลงโทษผู้ซื้อบริการทางเพศ เพื่อให้ความคุ้มครองเหยื่อ เช่นเดียวกับพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 ของประเทศไทย ที่มีขึ้นเพื่อคุ้มครองเหยื่อจากการค้าประเวณี ส่วนราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์กลับมองว่าอาชีพค้าประเวณีเป็นอาชีพที่สุจริต แรงงานที่ให้บริการทางเพศมีสิทธิได้รับสวัสดิการของรัฐ และสามารถจัดตั้งสหภาพแรงงานได้ ต้องชำระภาษี มีการตรวจสุขภาพ ซึ่งมีความแตกต่างจากสาธารณรัฐสวีเดน สาธารณรัฐนอร์เวย์ และประเทศไทย (4) พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 ไม่มีบทนิยาม มีความล้าหลัง เนื้อหาไม่ครอบคลุม ไม่มีกลไกและสภาพการบังคับใช้กฎหมายกับบทลงโทษที่เป็นการยับยั้งไม่ให้มีการกระทำความผิด (5) แก้ไขเพิ่มเติม บทนิยาม ตามมาตรา 4 ของพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 และยกเลิกบทบัญญัติในมาตรา 5 ทั้งมาตรา และนำเสนอบทบัญญัติเกี่ยวกับวิธีการและกระบวนการที่นำไปสู่การค้ามนุษย์ กําหนดการกระทําที่เป็นความผิดในทางเพศกระทําต่อเหยื่อไม่ว่าจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และเพิ่มโทษในมาตรา 6,7,8,9,10,11,12 เพื่อเป็นการป้องปราม ยับยั้งการกระทําความผิด และคุ้มครองเหยื่อซึ่งเป็นผู้เสียหายจากการค้าประเวณีที่เป็นการค้ามนุษย์
提供机构:
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
创建时间:
2024-10-29
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务