ความร่วมมือของภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว: กรณีศึกษา ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันการกระทำความรุนแรงในครอบครัว กรุงเทพมหานครฯ
收藏DataCite Commons2026-01-06 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.1269
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การศึกษาค้นคว้าอิสระในครั้งนี้ ใช้วิธีการศึกษาด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพประเภทการศึกษาค้นคว้าข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางของความร่วมมือของภาคีเครือข่าย และเพื่อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาการดำเนินงานของภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ในพื้นที่กรุงเทพมหานครฯ โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วย กลุ่มผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานภาคีเครือข่าย หน่วยงานภาครัฐ หน่วยภาคเอกชน และหน่วยงานภาคประชาชน ที่มีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานและเกี่ยวข้องในด้านการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว จำนวน 12 คน ใช้วิธีการคัดเลือกผู้ให้ข้อมูลสำคัญโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจงในกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องตรงตามวัตถุประสงค์ การเก็บข้อมูลใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกและแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างเป็นเครื่องมือหลัก รวมถึงการศึกษาจากเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถวิเคราะห์เชิงนโยบาย เพื่อเสนอข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผลการศึกษาพบว่าปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อแนวทางของความร่วมมือของภาคีเครือข่าย แบ่งออกเป็น 3 ประเด็น ได้แก่ (1) หลักการทำงานร่วมกันของภาคีเครือข่าย โดยจะแบ่งงานออกเป็นงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ที่สามารถบูรณาการการทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี สามารถขับเคลื่อนงานไปในทิศทางเดียวกัน และงานด้านการคุ้มครองสวัสดิภาพและการเยียวยาผู้เสียหาย ที่ยังไม่สามารถขับเคลื่อนงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยังคงมีอุปสรรคด้านสถานที่สำหรับการคุ้มครองสวัสดิภาพชั่วคราวและการประสานส่งต่อระหว่างหน่วยงานที่ล่าช้าไม่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน (2) แรงจูงใจร่วมกันของภาคีเครือข่าย โดยแรงจูงใจที่มีอิทธิพลต่อการขับเคลื่อนงาน แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ แรงจูงใจภายใน คือ การตั้งเป้าหมายและผลประโยชน์ร่วมกัน การแบ่งปันทรัพยากรและการเรียนรู้ร่วมกัน ส่วนแรงจูงใจภายนอก คือ ทัศนคติทางสังคมต่อความรุนแรงในครอบครัว บริบทพื้นที่ และกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อบังคับ (3) ความสามารถในการดำเนินงานร่วมกันของภาคีเครือข่าย มีปัจจัยสำคัญ คือกระบวนการดำเนินงานของภาคีเครือข่าย ระบบสนับสนุนการดำเนินงาน และพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนถอดบทเรียนร่วมกัน สอดคล้องกับแนวคิดการจัดการปกครองแบบร่วมมือ (Collaborative Governance) ที่โดยให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน หากหน่วยงานภาคีเครือข่ายมีแนวทางความร่วมมือที่เข้มแข็งและสามารถเชื่อมโยงการทำงานได้อย่างรอบด้าน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเชื่อมโยงภาคส่วนต่าง ๆ ให้ขับเคลื่อนงานไปได้อย่างมีประสิทธิภาพข้อเสนอแนะในการวิจัยต่อแนวทางความร่วมมือในการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว (1) ผลักดันให้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนจากระดับนโยบายไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจังในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับประเทศจนถึงระดับท้องถิ่น ส่งเสริมให้มีการบูรณาการความร่วมมือในทุกภาคส่วน ในการขับเคลื่อนงาน ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว (2) การสร้างกลไกในระดับพื้นที่ผ่านการสร้างศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชนให้ครบทุกเขตในกรุงเทพมหานครฯ เพื่อสนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐ มีส่วนร่วมในการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานภาคเอกชน ภาคประชาชน (3) สร้างระบบข้อมูลกลางและกลไกการส่งต่อที่เชื่อมโยงกัน เสนอให้มีการจัดทำระบบฐานข้อมูลกลางเกี่ยวกับกรณีความรุนแรงในครอบครัวที่สามารถเข้าถึงได้โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างปลอดภัย เพื่อใช้ในการติดตาม ดูแล ส่งต่อ และให้ความช่วยเหลืออย่างมีประสิทธิภาพ
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2026-01-06



