การศึกษาการทำวิจัยเป็นทีมของอาจารย์ : การวิจัยรายกรณีสถาบันราชภัฏสวนดุสิต
收藏DataCite Commons2022-05-04 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/CU.the.1999.497
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาลักษณะและสภาพการทำวิจัยเป็นทีมของอาจารย์ รวมทั้งวิเคราะห์ปัจจัยที่สนับสนุนและปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการทำวิจัยเป็นทีมของอาจารย์ในสถาบันราชภัฏสวนดุสิต โดยใช้วิธีการเชิงคุณภาพในการศึกษา เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้การสัมภาษณ์ การสังเกตอย่างมีส่วนร่วม และการวิเคราะห์เอกสาร ผู้วิจัยใช้ระยะเวลาอยู่ในสนาม 6 เดือน ในการสังเกต การสัมภาษณ์ไปพร้อมกับการช่วยเหลืองานวิจัย พร้อมทั้งการพูดคุยกับอาจารย์ที่ทำการวิจัยเจ้าหน้าที่ นักศึกษา และผู้บริหารสถาบัน การวิเคราะห์ใช้การวิเคราะห์แบบอุปนัย และนำเสนอข้อมูลในรูปการบรรยายและแบบจำลอง ผลการวิจัย พบว่า ลักษณะการทำวิจัยเป็นทีมของอาจารย์ในสถาบันราชภัฏสวนดุสิตแบ่งได้เป็น 2 รูปแบบ คือ 1) ทีมวิจัยที่เป็นทางการ เป็นทีมวิจัยโดยการแต่งตั้งจากสถาบันให้ทำงานด้านสนับสนุนงานวิจัย และทำวิจัยตามนโยบายและความต้องการของสถาบัน 2) ทีมวิจัยที่ไม่เป็นทางการ เป็นการทำวิจัยร่วมกันเนื่องจากมีความสนใจในเรื่องเดียวกันมีผลประโยชน์ร่วมกัน และต้องการวิจัยมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น กระบวนการทำวิจัยเป็นทีมของอาจารย์สามารถแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การได้มาซึ่งหัวข้อการวิจัยและการรวมทีม ขั้นตอนที่ 2 การเขียนโครงการวิจัยเพื่อขอทุนสนับสนุนการวิจัย ขั้นตอนที่ 3 การเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล ร่วมกันทำวิจัยเป็นทีมเพื่อเขียนรายงานการวิจัย ขั้นตอนที่ 4 การเผยแพร่ ผลการวิจัยและการนำผลการวิจัยไปใช้ในการสอน ปัจจัยที่สนับสนุนและ/หรือเป็นอุปสรรคต่อการทำวิจัยเป็นทีมของอาจารย์ ประกอบด้วย 3 ด้าน คือ (1) ปัจจัยด้านบริบทของสถาบัน (2) ปัจจัยด้านองค์ประกอบของทีม และ (3) ปัจจัยด้านปฏิสัมพันธ์ภายในทีม ปัจจัยสนับสนุนในด้านบริบทของสถาบัน ได้แก่ นโยบายของสถาบันในการสนับสนุนการวิจัยและการทำงานเป็นทีม การให้อิสระในการคัดเลือกผู้ร่วมทีม และการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำวิจัยเป็นทีม ส่วนปัจจัยที่เป็นอุปสรรคในด้านบริบทของสถาบัน ได้แก่ การรับนักศึกษาจำนวนมากเกินไปและการให้ความสำคัญกับการทำวิจัยเดี่ยวมากกว่าการทำวิจัยเป็นทีม ปัจจัยสนับสนุนในด้านองค์ประกอบของทีม ได้แก่ สมาชิกในทีมมีจำนวนน้อย หัวหน้าทีมมีวัยวุฒิและคุณวุฒิเหมาะสม และสมาชิกในทีมมีความรู้พื้นฐานทางด้านการวิจัย ส่วนปัจจัยที่เป็นอุปสรรคในด้านองค์ประกอบของทีม ได้แก่ สมาชิกในทีมมีจำนวนมากและขาดความรู้พื้นฐานทางด้านการวิจัย ปัจจัยที่สนับสนุนด้านปฏิสัมพันธ์ภายในทีม ได้แก่ สมาชิกในทีมมุ่งทั้งผลสำเร็จของงานและความสัมพันธ์ภายในทีมมีการประชุมอย่างสม่ำเสมอและติดต่อสื่อสารกันอย่างเปิดเผย ส่วนปัจจัยที่เป็นอุปสรรคในด้านปฎิสัมพันธ์ภายในทีม ได้แก่ สมาชิกในทีมมุ่งเฉพาะผลสำเร็จของงานหรือความสัมพันธ์ภายในทีมอย่างใดอย่างหนึ่ง และขาดการประชุมและติดต่อสื่อสารกันอย่างเปิดเผย
提供机构:
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
创建时间:
2022-05-04



