มาตรการทางกฎหมายต่อการฟ้องคดีอาญาโดยไม่สุจริตของราษฎรตามมาตรา 161/1 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
收藏DataCite Commons2022-12-19 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.16
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161/1 วรรคหนึ่ง กำหนดให้ศาลพิพากษายกฟ้องคดีที่ศาลเห็นว่าราษฎรซึ่งเป็นโจทก์ฟ้องโดยไม่สุจริต และวรรคสองบังคับให้ศาลพิพากษายกฟ้องคดีที่โจทก์จงใจฝ่าฝืนคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลในคดีอาญาก่อนโดยไม่มีเหตุอันควรโดยให้ถือว่าฟ้องคดีหลังเป็นฟ้องโดยไม่สุจริต บทบัญญัติมาตรานี้ก่อให้เกิดข้อถกเถียงที่น่าสนใจหลายประการประการแรก ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาจะกล่าวถึงความสุจริตหรือไม่สุจริตของคู่ความอยู่บ้าง ได้แก่ มาตรา 253 วรรคหนึ่ง และมาตรา 254 วรรคสอง แต่บทบัญญัติทั้งสองมาตราเป็นเรื่องการเรียกเก็บค่าฤชาธรรมเนียมในกรณีที่คู่ความใช้สิทธิในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาโดยไม่สุจริต หากกล่าวให้ชัดเจนแล้ว กรณีเหล่านี้มิใช่การใช้สิทธิดำเนินคดีอาญาโดยแท้ หรือในมาตรา 70 และมาตรา 329 แห่งประมวลกฎหมายอาญา คำว่า “สุจริต” หมายถึงการกระทำลงโดยรู้หรือไม่รู้ของคู่ความเท่านั้น ไม่ได้มีนัยทำนองเดียวกับการฟ้องโดยไม่สุจริตตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จึงมีประเด็นว่าในระบบกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามีหลักสุจริตดำรงอยู่หรือไม่ ถ้ามี มีอยู่ในรูปแบบใด เป็นรูปแบบเดียวกับหลักสุจริตในกฎหมายแพ่งหรือไม่ และมีวิธีการปรับใช้อย่างไรประการที่สอง บทบัญญัติวรรคหนึ่งถูกตั้งคำถามถึงความชอบธรรมในการให้อำนาจศาลยกฟ้องคดีที่โจทก์ฟ้องโดยไม่สุจริต แต่เป็นคดีมีมูล หรือในวรรคสองที่เป็นบทบังคับให้ศาลยกฟ้องคดีที่ผู้จงใจฝ่าฝืนคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลในคดีก่อนก็อาจเป็นการเลือกปฏิบัติประการที่สาม ผลทางกฎหมายของบทบัญญัติมาตราร้ายแรง ถึงขนาดเป็นผลแพ้ชนะในคดี และยังมีผลห้ามผู้เสียหายคนเดิมฟ้องเรื่องเดียวกันนี้เป็นคดีใหม่ แต่เมื่อพิจารณาถ้อยคำในบทบัญญัติมาตรา 161/1 เห็นได้ว่ามีลักษณะค่อนข้างคลุมเครือ ทำให้ศาลไม่กล้าใช้อำนาจตามมาตรานี้ แนวทางการตีความและแนวทางการปรับใช้บทบัญญัติมาตรานี้จึงควรกำหนดให้ชัดเจนจากการศึกษาพบว่าระบบการดำเนินกระบวนการยุติธรรมทางอาญามีหลักสุจริตดำรงอยู่มาแต่เดิมแล้ว โดยแทรกอยู่ในบทบัญญัติต่าง ๆ และสะท้อนผ่านแนวทางการปรับใช้กฎหมายของศาล เช่น หลักผู้เสียหายโดยนิตินัย หลักการฟ้องคดีอย่างสมยอม หรือหลักการร้องขอคืนของกลาง แต่เป็นการปรากฏอยู่ในฐานะหลักกฎหมายทั่วไป ทั้งนี้ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาไม่มีบทบัญญัติในเรื่องบ่อเกิดของกฎหมาย แตกต่างจากบทบัญญัติมาตรา 4 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จึงอาจเกิดปัญหาทางด้านนิติวิธีว่าจะมีขอบเขตของการปรับใช้หลักกฎหมายทั่วไปหรือไม่ อย่างไร โดยเฉพาะในกรณีการใช้หลักกฎหมายทั่วไปในทางบั่นทอนสิทธิของคู่ความที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาซึ่งเป็นกฎหมายลายลักษณ์อักษรให้ไว้ ผู้เขียนเสนอว่าควรนำหลักสุจริตตามมาตรา 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ซึ่งเป็นกฎหมายลายลักษณ์อักษรมาปรับใช้แก่กระบวนการยุติธรรมทางอาญาโดยตรงผ่านมาตรา 4 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ตามหลักการตีความตามความสัมพันธ์อย่างเป็นระบบของกฎหมาย แต่ต้องใช้อย่างไม่ขัดสิทธิที่กฎหมายลายลักษณ์อักษรให้ไว้ เว้นแต่มีกฎหมายลายลักษณ์อักษรกำหนดข้อยกเว้นไว้อย่างชัดแจ้งดังเช่นมาตรา 161/1 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาประการถัดมา บทบัญญัติมาตรา 161/1 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มีวัตถุประสงค์ในการคุ้มครองกระบวนการยุติธรรมทางอาญามิให้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากการนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษซึ่งเป็นวัตถุประสงค์เพียงประการเดียวของการดำเนินคดีอาญา เมื่อเปรียบเทียบกับมาตรการอื่นที่มีอยู่เดิมในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เช่น การยกฟ้องเพราะโจทก์มิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย หรือการยกฟ้องเพราะเหตุที่โจทก์ไม่มาศาลในวันนัด จะเห็นว่ามาตรการยกฟ้องเหล่านี้นำมาใช้ด้วยแม้ในคดีที่จำเลยเป็นผู้กระทำผิดจริง ทั้งการกำจัดคดีที่ฟ้องโดยไม่สุจริตยังเป็นการคุ้มครองราษฎรคนอื่นไม่ให้ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางอาญาอย่างไม่สมเหตุสมผลด้วย บทบัญญัติวรรคหนึ่งจึงมีความชอบธรรม แต่บทบัญญัติวรรคสองมีลักษณะเป็นการตอบโต้ผู้ที่ฝ่าฝืนคำสั่งหรือคำพิพากษาในคดีอื่นซึ่งเป็นเรื่องที่ควรต้องไปว่ากล่าวกันในคดีนั้น ๆ ทั้งการปฏิเสธไม่รับฟ้องคดีทุกประเภท ไม่ว่าคดีเดิมจะมีข้อหาเล็กน้อยเพียงใดน่าจะขัดหลักความได้สัดส่วน ขัดรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติวรรคสองจึงไม่มีความชอบธรรม ควรยกเลิกเสียประการสุดท้าย ถ้อยคำตามวรรคหนึ่ง การฟ้องคดีโดยไม่สุจริตหมายถึงการฟ้องคดีที่โจทก์มีความมุ่งหมายอันไม่เหมาะสม กล่าวคือ ไม่ต้องการพิสูจน์ความผิดของจำเลยและให้จำเลยได้รับโทษ ความมุ่งหมายรองที่สืบเนื่องจากการที่จำเลยได้รับโทษ เช่น ความสะใจที่ผู้กระทำผิดต้องได้รับโทษ หรือการเยียวยาความเสียหายตามหลักการแก้แค้นทดแทนไม่ใช่ฟ้องคดีโดยไม่สุจริต รวมถึงวัตถุประสงค์ของการลงโทษข้ออื่น ได้แก่ เพื่อข่มขู่ไม่ให้จำเลยกระทำผิดอีก เพื่อตัดโอกาสการกระทำผิดของจำเลย หรือเพื่อให้จำเลยได้รับการแก้ไขฟื้นฟู ไม่ใช่ฟ้องโดยไม่สุจริตเช่นกัน ทั้งนี้ ในกรณีที่โจทก์ฟ้องคดีโดยไม่สุจริตและในขณะเดียวกันจำเลยไม่ได้กระทำผิดด้วย ศาลต้องพิพากษายกฟ้องในเนื้อหาแห่งคดีเพื่อให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปตามมาตรา 39 (4) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2022-12-19



