five

การรับฟังคำรับสารภาพและถ้อยคำของผู้ถูกควบคุมตัวตามกฎหมายพิเศษซึ่งไม่มีการแจ้งสิทธิ

收藏
DataCite Commons2025-09-22 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.882
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
กฎหมายพิเศษของประเทศไทย อันได้แก่ พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พระพุทธศักราช 2457 และพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 เป็นบทบัญญัติกฎหมายที่รัฐใช้บังคับเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินอันกระทบหรืออาจกระทบต่อความมั่นคงหรือความสงบเรียบร้อยของรัฐ เช่น การก่อการร้าย สงคราม หรือการก่อการจลาจล เนื่องจากภายในกฎหมายพิเศษดังกล่าวมีบทบัญญัติที่กำหนดให้เจ้าหน้าที่รัฐมีอำนาจใช้มาตรการพิเศษได้โดยไม่ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่เป็นกฎหมายทั่วไป กล่าวคือ การกักตัวบุคคลที่ต้องสงสัยไว้ได้เพื่อการสอบถาม ตามมาตรา 15 ทวิ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พระพุทธศักราช 2457 และการจับกุมและควบคุมตัวบุคคลที่ต้องสงสัยได้ ตามมาตรา 11 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และในระหว่างการควบคุมตัว บุคคลที่ต้องสงสัยจะต้องเข้าสู่กระบวนการซักถามของเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งไม่ได้แตกต่างไปจากการสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเมื่อรัฐตกอยู่ภายใต้สภาวะฉุกเฉินสาธารณะอันกระทบหรืออาจกระทบต่อความมั่นคงหรือความสงบเรียบร้อยของรัฐดังกล่าว การควบคุมให้สถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วเป็นสิ่งจำเป็นที่รัฐพึงต้องกระทำเป็นอันดับแรก มาตรการพิเศษ ดังเช่น การจับกุมและควบคุมตัวบุคคลที่ต้องสงสัยโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายพิเศษดังกล่าวจึงมีความจำเป็น เนื่องจากเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่รัฐสามารถป้องกันหรือระงับยับยั้งสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว เบ็ดเสร็จเด็ดขาดและมีประสิทธิภาพมากกว่าการใช้บังคับบทบัญญัติตามกฎหมายทั่วไป และด้วยเหตุนั้นสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในสภาวะฉุกเฉินจึงย่อมได้รับความกระทบกระเทือนมากกว่าในสภาวะปกติเช่นเดียวกันซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เพื่อการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของรัฐ แต่ทั้งนี้จะต้องจำกัดอยู่บนฐานของความได้สัดส่วนระหว่างการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมกับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนแม้ในสภาวะฉุกเฉินด้วยจากการศึกษาพบว่า การจับกุมและควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัยตามกฎหมายพิเศษ รวมทั้งกระบวนการซักถามในระหว่างการควบคุมตัว ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการป้องกันและขยายผลไม่ให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นอีกเท่านั้น แต่ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อการดำเนินคดีอาญาต่อบุคคลที่ต้องสงสัยในภายหลังด้วย เพราะปรากฏว่าเมื่อบุคคลต้องสงสัยได้ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีอาญาในฐานะจำเลย บันทึกผลการดำเนินกรรมวิธีซักถามของเจ้าหน้าที่รัฐในระหว่างการควบคุมตัวตามกฎหมายพิเศษได้ถูกนำไปใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีและศาลได้พิพากษาลงโทษโดยรับฟังบันทึกผลการดำเนินกรรมวิธีซักถามดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานด้วย เช่นเดียวกับการรับฟังบันทึกการสอบสวนของพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเป็นพยานหลักฐาน แต่แตกต่างกันที่บุคคลต้องสงสัยตามกฎหมายพิเศษไม่ได้รับการคุ้มครองสิทธิและไม่ได้รับการแจ้งสิทธิใด ๆ เหมือนกับผู้ถูกจับและผู้ต้องหาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ทั้ง ๆ ที่เป็นเพียงบุคคลต้องสงสัยเท่านั้นอันแสดงให้เห็นถึงความไม่ได้สัดส่วนที่เกิดขึ้นเมื่อบันทึกผลการดำเนินกรรมวิธีซักถามได้ถูกนำไปใช้รับฟังเป็นพยานหลักฐานเช่นเดียวกับบันทึกการสอบสวน แต่ในการดำเนินกระบวนการยุติธรรมทางอาญาในสภาวะฉุกเฉินต่อบุคคลต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวตามกฎหมายพิเศษกลับไม่มีบทบัญญัติคุ้มครองสิทธิและการแจ้งสิทธิใด ๆ เป็นหลักประกันให้แก่บุคคลดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นสิทธิที่จะได้รับแจ้งให้ทราบถึงเหตุแห่งการจับกุมและควบคุมตัว สิทธิที่จะติดต่อหรือแจ้งให้ญาติทราบถึงการจับกุมและควบคุมตัว สิทธิที่จะมีทนายความและได้พบและปรึกษาทนายความ หรือสิทธิที่จะไม่ให้การเป็นปรปักษ์กับตนเอง จึงเท่ากับว่าการคุ้มครองสิทธิในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาของบุคคลต้องสงสัยตามกฎหมายพิเศษด้อยกว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและไม่เป็นไปตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อีกทั้ง ยังไม่สอดคล้องกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองที่แม้จะอยู่ในสภาวะฉุกเฉินก็ตาม แต่การยกเว้นการปฏิบัติตามพันธกรณีในการคุ้มครองสิทธิในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาของบุคคลก็ต้องกระทำด้วยความจำเป็นอย่างเคร่งครัดตามความฉุกเฉินของสถานการณ์เท่านั้น ไม่อาจกระทำได้ตามอำเภอใจ นอกจากนี้ ในกฎหมายต่างประเทศ คือ ประเทศอังกฤษและประเทศสเปน ตามที่ได้ศึกษามาพบว่าต่างก็มีบทบัญญัติที่ให้ความคุ้มครองสิทธิในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาแก่บุคคลต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายอย่างครบถ้วน กฎหมายพิเศษของประเทศไทยจึงไม่ทัดเทียมกับกฎหมายต่างประเทศดังกล่าวด้วยดังนั้น หากเจ้าหน้าที่รัฐต้องการนำบันทึกผลการดำเนินกรรมวิธีซักถามไปใช้รับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดี จึงสมควรต้องกำหนดให้มีบทบัญญัติคุ้มครองสิทธิในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาและต้องมีการแจ้งสิทธิให้แก่บุคคลต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวตามกฎหมายพิเศษทราบด้วยเช่นเดียวกับที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาให้ความคุ้มครองผู้ถูกจับและผู้ต้องหา เพื่อให้บุคคลต้องสงสัยได้มีหลักประกันสิทธิที่เพียงพอและเกิดความได้สัดส่วนระหว่างการใช้มาตรการพิเศษในการป้องกันหรือระงับยับยั้งสถานการณ์ฉุกเฉินกับการคุ้มครองสิทธิของบุคคลต้องสงสัย รวมทั้งเพื่อให้การคุ้มครองสิทธิเป็นสากลมากยิ่งขึ้น
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-09-22
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务