แนวทางการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มกรณีการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์: ศึกษากรณีธุรกิจโฆษณาออนไลน์
收藏DataCite Commons2023-09-27 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.860
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
กฎหมายภาษีเป็นกฎหมายที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมากไม่ใช่เพียงเพื่อการสร้างรายได้ให้แก่ประเทศไทยเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอีกด้วยนอกจากนี้กฎหมายภาษีอากรยังสามารถเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สอดรับกับสภาพสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลาได้โดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ “ยุคเศรษฐกิจแบบดิจิทัล” (Digital Economy) ดังนั้น ในการทำความเข้าใจกฎหมายภาษีอากรและอัพเดตกฎหมายภาษีอากรให้ทันสมัยจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ กฎหมายที่บังคับใช้ในปัจจุบันนั่นคือ “ประมวลรัษฎากร” เดิมไม่ได้กำหนดให้ผู้ประกอบการที่ให้บริการอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ (E-Service)ต้องดำเนินการจดทะเบียนหรือชำระภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งอาจมีข้อสังเกตว่าอาจทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันหรือเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างผู้ประกอบการที่อยู่ในประเทศกับต่างประเทศหรือไม่ ด้วยเหตุนี้จึงมีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรตาม “พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 53) พ.ศ. 2564” เรื่องการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มกรณีการให้บริการอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ (E-Service) โดยมีผลใช้บังคับในวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564 ซึ่งการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวจะส่งผลต่อผู้ให้บริการต่างประเทศ และผู้ใช้บริการภายในประเทศ ทั้งนี้ กฎหมายฉบับดังกล่าวอาจมีปัญหาในการบังคับใช้บางประการ เช่น ปัญหาความเข้าใจของผู้ประกอบการต่างประเทศปัญหาการเพิ่มภาระแก่ผู้บริโภคในประเทศไทยเปรียบเทียบกับต่างประเทศ ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ประกอบการต่างประเทศ ปัญหาความซ้ำซ้อนในการจัดเก็บภาษี จากปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น ข้าพเจ้ามีข้อเสนอแนะ ดังนี้ ข้อเสนอแนะประการแรกสำหรับการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากผู้ประกอบธุรกิจต่างประเทศหากกรมสรรพากรสามารถบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งในที่นี้ ได้แก่ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 53) พ.ศ. 2564 ได้อย่างมีประสิทธิภาพจะทำให้สามารถจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ประกอบการต่างประเทศได้เต็มความสามารถและเต็มจำนวนจะก่อให้เกิดรายได้และเพิ่มเม็ดเงินจากการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นอย่างมากทั้งยังสามารถช่วยลดช่องว่างและลดความเลื่อมล้ำในการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบธุรกิจต่างประเทศและผู้ประกอบธุรกิจในประเทศไทย ให้มีภาระทางภาษีอย่างเท่าเทียมกันอีกด้วย อีกทั้ง ข้าพเจ้าเห็นว่าควรมีการกำหนดวิธีการสำหรับการร้องขอข้อมูลของผู้ประกอบธุรกิจต่างประเทศในกรณีที่มีข้อสงสัยหรือมีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงหรือการหนีภาษี ทั้งนี้ ควรมีการทำข้อตกลงระหว่างประเทศไทยและประเทศอื่นๆในเรื่องการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางด้านภาษีระหว่างประเทศอย่างชัดเจน ยิ่งไปกว่านี้เห็นว่าควรมีการกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ประกอบธุรกิจต่างประเทศที่มีความผิดกรณีหลีกเลี่ยงหรือไม่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-09-27



