การเรียกค่าสินไหมทดแทนกรณีที่ผู้เสียหายได้รับการเยียวยาจากทางอื่นแล้วบางส่วน
收藏DataCite Commons2025-02-06 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.117
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
นับตั้งแต่อดีตมานั้นมนุษย์เป็นสัตว์สังคม ดังนั้นย่อมมีความเกี่ยวข้องกันและมีการกระทบกระทั่งกันเกิดขึ้น กฎหมายจึงเป็นส่วนสำคัญในการเยียวยาความเสียหายให้แก่ผู้เสียหายดังกล่าวที่ถูกทำละเมิด โดยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 438 นั้น ศาลสามารถวินิจฉัยตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด เพื่อให้บุคคลที่ผู้เสียหายหรือผู้ถูกทำละเมิดได้รับค่าสินไหมทดแทน และตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 444 กฎหมายกำหนดให้สามารถเรียกค่าใช้จ่ายอันตนต้องเสียไป ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ระหว่างเจ็บป่วย ค่าเสียความสามารถประกอบการงานในอนาคต อย่างไรก็ดีกฎหมายทั้งสองมาตราดังกล่าวไม่ได้กำหนดไว้ชัดเจนถึงหลักเกณฑ์ของการเรียกค่าเสียหาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการกำหนดค่าสินไหมทดแทนระหว่างสิทธิเฉพาะตัวของผู้เสียหายตามกฎหมายอื่น หรือหน่วยงานที่ตนสังกัด กับสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยการศึกษาจะมุ้งเน้น กรณีผู้ถูกทำละเมิดเป็นข้าราชการ ผู้ประกันตนตามประกันสังคม ผู้มีสิทธิบัตรทอง โดยที่ผู้ถูกทำละเมิดได้รับการรักษาในโรงพยาบาลแล้วใช้สิทธิข้าราชการ หรือประกันสังคม หรือใช้สิทธิบัตรทองไปแล้วจะมาเรียกจากบริษัทประกันภัย และกรณีผู้ถูกทำละเมิดรักษาพยาบาลโดยใช้สิทธิลารักษาพยาบาล ผู้ถูกทำละเมิดจะใช้สิทธิเรียกค่าขาดการงาน และกรณีผู้ถูกทำละเมิดเรียกค่าขาดรายได้ ในกรณีที่ผู้ถูกทำละเมิดลางานสืบเนื่องมาจากการพักรักษาตัวและไม่ได้ขึ้นเงินเดือน และกรณีถูกทำละเมิดแล้วทำให้ไม่ได้โบนัส บำเหน็จ และเลื่อนขั้นในการประกอบการงานทั้งนี้จากการศึกษาคำพิพากษาศาลฎีกามีแนวทางคำวินิจฉัย โดยการที่ผู้เสียหายนั้นมีสิทธิ ไม่ว่าสิทธิอันเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้เสียหายอยู่แล้วนั้นไม่ตัดสิทธิที่ผู้เสียหายจะเรียกค่าสินไหมทดแทนจากผู้ทำละเมิดได้อีก และบุคคลที่ถูกทำละเมิดจนต้องลางาน หากมีสิทธิประกันสังคมจะได้รับเงินทดแทนตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537 และยังสามารถเรียกค่าสินไหมทดแทนจากผู้ทำละเมิดได้อีก ส่วนในกรณีข้าราชการและกรณีผู้มีสิทธิตามบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น พระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. 2553 และพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพ ไม่ได้มีข้อกำหนดเกี่ยวกับค่าขาดรายได้ไว้โดยเฉพาะเหมือนกรณีประกันสังคม แต่ทั้งนี้ กรณีข้าราชการและกรณีผู้มีสิทธิตามบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็ยังสามารถใช้สิทธิของตนโดยเรียกค่าขาดรายได้ดังกล่าวจากผู้ทำละเมิดได้ และในกรณีการเลื่อนขั้น ในการประกอบการงาน การขาดการงานในลักษณะนี้สามารถเรียกค่าสินไหมทดแทนได้ โดยถือเป็นค่าเสียหายเพื่อการเสียความสามารถประกอบการงานสิ้นเชิงหรือแต่บางส่วน อย่างไรก็ดี แม้จะมีคำพิพากษาฎีกาที่เป็นตัวอย่างการใช้และหรือตีความกฎหมายในการจัดการปัญหาเหล่านี้ แต่คำพิพากษาฎีกาไม่ใช่บ่อเกิดของกฎหมายในระบบกฎหมาย Civil law ดังนั้นแล้ว เพื่อให้เกิดความชัดเจนในกฎหมายเกี่ยวกับจึงต่อมีแนวทางที่เหมาะสมในการเสนอแนวทางการแก้ปัญหาดังนั้น ผู้เขียนจึงขอเสนอให้แก้ไขเพิ่มเติมให้แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 438 และมาตรา 444 โดยนำหลักกฎหมายต่างประเทศมาเป็นต้นแบบ เพื่อให้เกิดความชัดเจนขึ้นถึงหลักเกณฑ์ของการกำหนดค่าสินไหมทดแทนระหว่างสิทธิเฉพาะตัวของผู้เสียหายตามกฎหมายอื่น หรือหน่วยงานที่ตนสังกัด กับสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-02-06



