five

การเมืองแบบนักฆ่าจากลุ่มน้ำเจ้าพระยา ของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์

收藏
DataCite Commons2024-09-18 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2023.788
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
ในแต่ละปีสังคมการเมืองไทยมีธรรมเนียมอย่างหนึ่งที่สื่อมวลชนจะตั้งฉายาให้ผู้นำทางการเมืองและนักการเมืองเพื่อเป็นกระจกสะท้อนพฤติกรรมทางการเมืองของคนหรือกลุ่มคนนั้น ๆ ที่ได้แสดงออกในบทบาทที่แตกต่างกันทั้งในทางเปิดเผยและซ่อนเร้น การตั้งฉายาให้บุคคลเหล่านี้ก็ถือว่าเป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ของการเมืองไทยในแต่ละยุคสมัยได้เป็นอย่างดี ซึ่งงานวิจัยชิ้นนี้ได้มุ่งศึกษาถึงความเป็นมาและวิธีการในการบริหารจัดการทางการเมืองของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีคนที่ 16 ของประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้อย่างยาวนานถึง 8 ปี และได้รับการตั้งฉายาจากสื่อมวลชนในยุคนั้นว่าเป็น “นักฆ่าจากลุ่มน้ำเจ้าพระยา” ว่ามีความสัมพันธ์และมีที่มาอย่างไร โดยการศึกษาด้วยการวิจัยเอกสาร (Documentary Research) จากหนังสือพิมพ์และวารสารทางการเมืองในช่วงปี 2521-2530 อันเป็นสื่อร่วมสมัยเดียวกับพลเอกเปรม และหนังสื่อที่มีผู้รวบรวมและแสดงทรรศนะในเรื่องนี้ไว้ที่ได้ทำขึ้นมาในยุคหลังจากที่พลเอกเปรมลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งผู้วิจัยพบว่า คำว่า “นักฆ่าจากลุ่มน้ำเจ้าพระยานั้น” ปรากฏขึ้นครั้งในการรับรู้ของสังคมไทยในปี พ.ศ.2522 อันเป็นชื่อของนิยายสงคราม 1 เล่มจบ ที่ประพันธ์โดยสยุมภู ทศพล อันเป็นนามปากกาของนาย ประจิม วงศ์สุวรรณ นักเขียนนวนิยายแนวแอ็กชัน-สงคราม ชาวนครราชสีมา อดีตนักกีฬากรีฑาทีมชาติไทยที่ผันตัวเองไปสมัครเป็นทหารรับจ้างไปรบในลาวในปี พ.ศ. 2510 และได้นำประสบการณ์จากสนามรบมาแต่งเป็นนิยาย ซึ่งในเนื้อหานิยายนั้นเล่าถึงการหักเหลี่ยมชิงไหวชิงพริบของตัวละครระหว่าง“ผู้กองคำสิงห์ ศรีใน” “สิบเอกบัวผัน” และ“บัวไข” สายลับหญิง นักรบเดนตายที่มาติดคุก “ซำเข้” ซึ่งเป็นคุกขังนักโทษการเมืองและนักโทษอุกฉกรรจ์ของประเทศลาวในยุคที่คอมมิวนิสต์ปกครอง ด้วยความเจนสงครามของผู้กองคำสิงห์และสิบเอกบัวผัน ทั้งสองได้รับการติดต่อจ้างวานอย่างลับๆจาก CIA ให้แหกคุกซำเข้เพื่อพาเจ้ามหาชีวิตออกจากหลวงพระบาง เพื่อหลบหนีจากการจับกุมของรัฐบาลคอมมิวนิสต์ในขณะนั้นข้ามมายังประเทศไทย ซึ่งปรากฏว่าสารนิยายชุดนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จนนำมาสู่การสร้างเป็นบทภาพยนตร์ไทยเรื่อง “นักฆ่าจากเจ้าพระยา” โดยเข้าฉายในช่วงเดือนตุลาคมปี พ.ศ. 2525 กำกับและแสดงนำโดย สมบัติ เมทะนี, ทูน หิรัญทรัย์ และเนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2522-2525 ซึ่งนิยายเรื่องนี้ได้รับความนิยมอยู่อย่างมากนั้น ปรากฏว่าประเทศไทยได้มีเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองเกิดขึ้นหลายเหตุการณ์ โดยเฉพาะความพยายามในการทำรัฐประหารโดยคณะนายทหารหนุ่มหรือนายทหารกลุ่มยังเติร์ก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนายทหารโรงเรียนนายร้อย จปร. รุ่นที่ 7 และโดยที่กลุ่มที่นายทหารหนุ่มคณะนี้ มีความสำคัญอย่างมากในการผลักดันให้พลเอกเปรม ได้เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ 16 ต่อจากพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ซึ่งเป็นที่เข้าใจกันอย่างทั่วไปว่า นายทหารหลายคนที่อยู่ในกลุ่มคณะนายทหารหนุ่มนี้ มีความใกล้ชิดและได้รับความไว้วางใจจากพลเอกเปรม อย่างมาก จนได้รับการเรียกขานว่าเป็น “ลูกป๋า” โดยเฉพาะแกนนำที่สำคัญของกลุ่มอย่างเช่น พลตรีจำลอง ศรีเมือง พลตรีมนูญกฤต รูปขจร (ชื่อเดิมมนูญ รูปขจร) พันเอกชาญบูรณ์ เพ็ญตระกูล พันเอกชูพงศ์ มัทวพันธ์ ฯลฯ ซึ่งในขณะนั้นกลุ่มนายทหารหนุ่มมีอำนาจในกองทัพบกอยู่อย่างมาก เนื่องจากเป็นนายทหารระดับกลางยศนายพันที่คุมกำลังรบส่วนใหญ่ในกองทัพบก และนายทหารกลุ่มนี้มีส่วนในการประคับประคองให้การบริหารงานในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพลเอกเปรมในช่วงแรกดำเนินการไปได้อย่างราบรื่นด้วยอำนาจทางกองทัพ แต่ทว่าก็มีเหตุให้ต้องมาขัดแย้งกับพลเอกเปรมในเวลาต่อมาจากประเด็นการต่ออายุราชการในตำแหน่ง ผบ.ทบ. ของพลเอกเปรม ซึ่งกลุ่มนายทหารหนุ่มไม่เห็นด้วยเนื่องจากทำให้การเลื่อนตำแหน่งในกองทัพตามวงรอบต้องชะงักงัน แต่ทว่าความเห็นขัดแย้งนี้ก็ต้องยอมจำนนต่อ “ข้อมูลใหม่” ที่ได้รับไม่เพียงแต่ความขัดแย้งในทางกองทัพเท่านั้น การบริหารงานของรัฐบาลพลเอกเปรมก็ประสบกับอุปสรรคอย่างมากจากความขัดแย้งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลจากปัญหาต่าง ๆ โดยเฉพาะกรณีเทเล็กซ์น้ำมัน ความขัดแย้งระหว่างพรรคกิจสังคมและพรรคชาติไทยซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่ให้การสนับสนุนพลเอกเปรมได้ลุกลามบานปลาย จนทำให้เกิดการปรับคณะรัฐมนตรี แต่การแก้ปัญหาของพลเอกเปรมก็ยังคงดำเนินไปด้วยท่าทีเงียบเฉย จนกระทั้งเกิดการพยายามทำการรัฐประหารโดยคณะนายทหารหนุ่มในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2524 แต่ทว่าไม่สำเร็จเนื่องจากตำแหน่งหัวหน้าคณะรัฐประหารที่บรรดานายทหารหนุ่มตั้งใจมอบให้พลเอกเปรมเป็นนั้น ถูกพลเอกเปรมปฏิเสธ และตอบโต้โดยการตั้งกองบัญชาการต่อต้านการปฏิวัติที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีพลเอกอาทิตย์ กำลังเอก และกลุ่มนายทหาร จปร.5 เป็นแกนนำ พร้อมกับทูลเชิญให้พระบรมวงศานุวงศ์แปรพระราชฐานเสด็จไปพำนักอยู่ที่ค่ายสุรนารีด้วย จึงทำให้ขบวนการก่อรัฐประหารระส่ำระส่ายและนำไปสู่ความล้มเหลวในที่สุด และทำให้คณะนายทหารหนุ่มซึ่งกำลังมีอำนาจทวีขึ้นอยู่อย่างสูงในขณะนั้นต้องหมดบทบาทไป และก่อให้เกิดกลุ่มอำนาจใหม่ขึ้นมาแทนที่ได้แก่กลุ่มของพลเอกอำนาจ ดำริกาญจน์และกลุ่มพลเอกอาทิตย์ กำลังเอก แต่ความตายอย่างเป็นปริศนาของพลเอกอำนาจ ดำริกาญจน์ในเวลาต่อมานั้นทำให้พลเอกอาทิตย์ กำลังเอก ซึ่งได้รับความดีความชอบอย่างมากจากการที่เป็นแกนนำในการปราบกบฏ 1 เมษายน ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการทหารบกต่อจากพลเอกเปรม ซึ่งถือเป็นการเจริญเติบโตอย่างก้าวกระโดดเหตุการณ์วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2524 ทำให้เราเห็นว่าการจัดการอำนาจที่เป็นฐานอันมั่นคงของพลเอกเปรม นั้นขึ้นอยู่กับความเป็นปึกแผ่นของกองทัพ โดยเฉพาะกองทัพบก ซึ่งพลเอกเปรม สามารถจัดสรร ถ่วงดุลความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มทหารในกองทัพบกที่มีความแตกแยกกันออกเป็นหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่ม จปร.5 และจปร.7 และสร้างดุลความสัมพันธ์ระหว่างนักการเมืองและสถาบันอื่นได้อย่างราบรื่น โดยมีปัจจัยสำคัญที่หนุนช่วยคือบุคลิกเฉพาะตัวของพลเอกเปรม ที่มีความนิ่ง สุขุม ภาพลักษณ์ใจซื่อมือสะอาด จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และพูดน้อยเท่าที่จำเป็น โดยงานวิจัยชิ้นนี้ได้แสดงให้เห็นถึงวิธีการที่พลเอกเปรม ใช้กับผู้ที่เป็นคู่แข่งทางการเมืองของตน เช่นพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ กลุ่มนายทหารหนุ่มยังเติร์ก พลเอกอาทิตย์ กำลังเอก และคนอื่น ๆ ทั้งนายทหารและนักการเมือง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีอำนาจและให้การสนับสนุนพลเอกเปรมอย่างมากในตอนแรก แต่มาภายหลังก็หมดอำนาจไปโดยการเล่นเมืองในแบบของพลเอกเปรม จนทำให้สื่อมวลชนตั้งฉายาให้พลเอกเปรมว่าเป็นนักฆ่าจากลุ่มน้ำเจ้าพระยา
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2024-09-18
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务