การเยียวยาความเสียหายแก่บุคคลผู้สุจริตจากนิติกรรมที่เป็นโมฆะ
收藏DataCite Commons2025-02-06 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.116
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
สารนิพนธ์เล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาว่า เมื่อมีกรณีการทำนิติกรรมสองฝ่ายระหว่างคู่สัญญา หากต่อมานิติกรรมนั้นตกเป็นโมฆะโดยที่ฝ่ายหนึ่งซึ่งเป็นบุคคลผู้กระทำการโดยสุจริต ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุแห่งโมฆะกรรมนั้นและอีกฝ่ายเป็นบุคคลที่รู้หรือควรรู้เหตุแห่งโมฆะกรรมแล้วไม่แจ้งให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบขณะทำนิติกรรมต่อกัน หากภายหลังมีการการยกโมฆะกรรมขึ้นกล่าวอ้างแล้วผลคือทำให้คู่กรณีต้องคืนทรัพย์ต่อกันตามหลักลาภมิควรได้แล้วนั้น หากฝ่ายบุคคลผู้สุจริตได้รับความเสียหายจากการยกโมฆะกรรมขึ้นกล่าวอ้าง เขาจะสามารถเรียกร้องค่าเสียหายในเชิงเยียวยาเพิ่มเติมนอกเหนือจากการคืนทรัพย์ตามหลักลาภมิควรได้หรือไม่ จากการศึกษาพบว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของประเทศไทยนั้นยังไม่มีบทบัญญัติหรือหลักกฎหมายใด ๆ ที่จะให้สิทธิคู่สัญญานำความเสียหายอันเกิดจากโมฆะกรรมมาเรียกร้องค่าเสียหายได้ ทั้งจากการศึกษาในเชิงประวัติศาสตร์ก็พบว่าคณะกรรมการพิจารณาสะสางประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในปี พ.ศ. 2522 มีความเห็นว่าหากเป็นเรื่องโมฆะกรรมแล้วนั้นก็ไม่อาจเรียกค่าเสียหายใด ๆ ต่อกันได้ และแนวทางคำพิพากษาของศาลฎีกาก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน กล่าวคือ มีความเห็นว่านิติกรรมที่เป็นโมฆะนั้นความสูญเปล่าและไม่ก่อผลใด ๆ ในทางกฎหมายจึงไม่อาจนำมาเป็นฐานในการเรียกค่าเสียหายต่อกันได้ ซึ่งอาจไม่เป็นธรรมต่อคู่กรณีฝ่ายที่สุจริต จึงต้องศึกษาในหลายประเด็นที่เกี่ยวข้อง อาทิ ประเด็นแรก บุคคลฝ่ายที่สุจริตจะใช้บทบัญญัติหรือหลักกฎหมายใดมาเป็นฐานในการเรียกค่าเสียหายควบคู่กับการคืนทรัพย์ตามหลักลาภมิควรได้ได้บ้าง ประเด็นต่อมาคือ เกี่ยวกับความสุจริตนั้นจะมีหลักเกณฑ์ใดที่สามารถบอกได้ว่าบุคคลที่มาใช้สิทธิเรียกค่าเสียหายนั้นเป็นบุคคลผู้สุจริต และประเด็นสุดท้ายคือ ขอบเขตในการเรียกค่าเสียหายนี้ควรจะมีหลักเกณฑ์พิจารณาอย่างไร จึงเห็นว่า เมื่อมีโมฆะกรรมเกิดขึ้นแล้วแม้กฎหมายไม่ห้ามบุคคลผู้มีส่วนได้เสียยกโมฆะกรรมนั้นขึ้นอ้าง แต่การกระทำของฝ่ายที่ไม่สุจริตในนิติกรรมที่เป็นโมฆะนี้น่าจะเป็นการละเมิดต่อเสรีภาพ และเป็นการไม่กระทำที่ไม่สุจริต ดังนั้น นอกเหนือจากการคืนทรัพย์ตามหลักลาภมิควรได้แล้วเขาก็ควรต้องชดใช้ค่าเสียหายในเชิงเยียวยาให้แก่บุคคลผู้สุจริตอันเป็นค่าใช้จ่ายในเชิง negative interest หรือค่าใช้จ่ายที่เขาไม่ควรต้องเสียไปตั้งแต่แรก เสมือนกับว่าไม่เคยได้เข้ามาเกี่ยวกันในนิติกรรมอันเป็นโมฆะนี้เลยทีเดียว โดยผู้เขียนจะศึกษาในเชิงประวัติศาสตร์จากกฎหมายโรมันและประวัติศาสตร์กฎหมายไทย รวมถึงศึกษาเชิงกฎหมายเปรียบเทียบ โดยจะเปรียบเทียบกับประเทศอิตาลี ประเทศเยอรมนีและประเทศฝรั่งเศส เนื่องจากเป็นประเทศที่ใช้ระบบซีวิลลอว์เหมือนกันกับประเทศไทย และหากได้ข้อสรุปผู้เขียนก็จะเสนอแนวทางที่จะเป็นการเยียวยาความเสียหายต่อบุคคลผู้สุจริตจากนิติกรรมที่เป็นโมฆะต่อไปทั้งในเชิงการใช้ การตีความกฎหมายรวมตลอดถึงข้อเสนอแนะในการแก้ไขกฎหมายใหม่ต่อไป
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-02-06



