five

การพัฒนากฎหมายไทยเพื่อส่งเสริมการประกอบกิจการในอุตสาหกรรมเรือสำราญ

收藏
DataCite Commons2024-09-13 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2023.657
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
ประเทศไทยมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการประกอบกิจการในอุตสาหกรรมเรือสำราญอยู่โดยพื้นฐาน จำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติส่งเสริมการพาณิชยนาวี พ.ศ. 2521 พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 และพระราชบัญญัติแรงงานทางทะเล พ.ศ. 2558 เมื่อพิจารณาพระราชบัญญัติส่งเสริมการพาณิชยนาวี พ.ศ. 2521 เป็นกฎหมายที่ใช้บังคับมาเป็นระยะเวลานานพอสมควร แม้ว่าฝ่ายบริหารจะได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขบทบัญญัติแห่งกฎหมายมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังเป็นที่น่าสังเกตว่ายังขาดบทบัญญัติในบางประเด็นที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการประกอบกิจการในอุตสาหกรรมเรือสำราญอยู่ ต่อมาในส่วนพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 นับว่าเป็นกฎหมายที่ค่อนข้างจะมีการปรับปรุงแก้ไขเนื้อหาให้มีความทันสมัยอยู่เสมอ กล่าวคือมีการประกาศใช้กฎหมายลำดับรองฉบับใหม่ทดแทนฉบับเดิมเพื่อกำหนดเนื้อหาในการส่งเสริมการประกอบกิจการในอุตสาหกรรมเรือสำราญอยู่เสมอ แต่ปัญหาทางกฎหมายที่พบส่วนใหญ่จะอยู่ในลักษณะของการมีบทบัญญัติของกฎหมายอยู่แล้ว แต่บทบัญญัติมีความไม่เหมาะสมหรือไม่เพียงพอต่อการส่งเสริมการประกอบกิจการในขณะนั้น กล่าวคือ การออกกฎหมายลำดับรองในบางเรื่องอาจไม่สอดคล้องและไม่เป็นในแนวทางเดียวกันกับแนวนโยบายในการพัฒนาประเทศในปัจจุบัน เช่น ไม่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) ในด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันที่มุ่งเน้นให้มีการส่งเสริมการประกอบกิจการในอุตสาหกรรมเรือสำราญ แต่พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 อาจมีการกำหนดมาตรการและสิทธิประโยชน์ในด้านการเงิน การลงทุน สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี และหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ไม่ใช่ทางด้านภาษีที่ไม่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี หรือแนวนโยบายหลักสำคัญของประเทศ นอกจากนี้ ในส่วนของพระราชบัญญัติแรงงานทางทะเล พ.ศ. 2558 ยังคงมีปัญหาทางกฎหมายในลักษณะของการมีบทบัญญัติที่ล้าสมัย และไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลตามอนุสัญญาแรงงานทางทะเล ค.ศ. 2006 เพราะฉะนั้นกฎหมายของประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการประกอบกิจการในอุตสาหกรรมเรือสำราญที่กล่าวมาข้างต้นทั้งสามฉบับ จึงยังคงปรากฏให้เห็นปัญหากฎหมายในลักษณะต่างๆ ได้แก่ การไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายในบางประเด็น การมีบทบัญญัติของกฎหมายที่ไม่เหมาะสมและไม่เพียงพอ การมีบทบัญญัติของกฎหมายที่ล้าสมัยหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล เป็นต้นอย่างไรก็ดี ด้วยความมุ่งมั่นของหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริมกิจการพาณิชยนาวี ซึ่งหมายความรวมถึงการส่งเสริมกิจการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเรือสำราญด้วย อันได้แก่ การประกอบกิจการสายการเดินเรือสำราญ การประกอบกิจการท่าเรือสำราญ การประกอบกิจการอู่เรือสำราญ และการประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับคนประจำเรือที่ทำการบนเรือสำราญ กรมเจ้าท่าได้มีการจัดทำร่างกฎหมายขึ้นมาใหม่ คือ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการพาณิชยนาวี พ.ศ. .... โดยร่างกฎหมายฉบับนี้ได้จัดทำขึ้นโดยความตระหนักรู้ว่าภารกิจในการส่งเสริมกิจการพาณฺชยนาวีเป็นภารกิจที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง จำเป็นต้องมีรูปแบบโครงสร้างของคณะกรรมการขึ้นมาใหม่ ประกอบด้วยคณะกรรมการ จำนวน 2 ชุด ได้แก่ (1) คณะกรรมการนโยบายการพาณิชยนาวีแห่งชาติ และ (2) คณะกรรมการบริหารการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ซึ่งมีอำนาจหน้าที่แบ่งแยกออกจากกันอย่างชัดเจน เนื่องจากคณะกรรมการแต่ละชุดทำหน้าที่โดยเฉพาะเจาะจงในส่วนที่ตนเองมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทำให้การดำเนินงานในแต่ละด้านเกิดประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ ส่วนที่สำคัญที่สุดอีกประการหนึ่งของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ การกำหนดให้มีการจัดตั้งสำนักงานส่งเสริมการพาณิชยนาวีขึ้น ซึ่งในส่วนนี้ผู้ศึกษาเห็นว่า การริเริ่มให้มีการจัดตั้งสำนักงานส่งเสริมการพาณิชยนาวีนับเป็นจุดเริ่มต้นที่ถูกต้องในด้านของการวางโครงสร้างและแนวทางในการบริหารงาน ทำให้เห็นว่าภารกิจในด้านการส่งเสริมกิจการพาณิชยนาวี ซึ่งหมายความรวมถึงกิจการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเรือสำราญด้วย เป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการเป็น “หัวเรือใหญ่” หรือ “เจ้าภาพ” เพื่อขับเคลื่อนการส่งเสริมกิจการพาณิชยนาวี การส่งเสริมผู้ประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเรือสำราญของประเทศไทยให้สามารถพัฒนาขีดความสามารถได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมกับการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยต่อไปได้ในอนาคต
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2024-09-13
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务