การศึกษาทัศนคติของคณะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีต่อการจัดตั้งศูนย์บริการคนพิการทั่วไปในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดสมุทรสาคร
收藏DataCite Commons2023-11-08 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2021.1227
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การศึกษาเรื่อง “ทัศนคติของคณะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีต่อการจัดตั้งศูนย์บริการคนพิการทั่วไปในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดสมุทรสาคร” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทัศนคติของคณะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีต่อการจัดตั้งศูนย์บริการคนพิการทั่วไป และเพื่อศึกษาปัจจัยที่นำไปสู่การตัดสินใจจัดตั้งศูนย์บริการคนพิการทั่วไปของคณะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดสมุทรสาคร โดยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสอบถามในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากประชากรที่เป็นคณะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในจังหวัดสมุทรสาคร ประกอบด้วย นายกและรองนายกขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 38 แห่ง จำนวน 120 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบความสัมพันธ์ทางสถิติ t-test และ F-test รวมถึงการวิเคราะห์ปัจจัย (Factor Analysis) และการวิเคราะห์สมการถดถอยเชิงพหุคูณ (Multiple Linear Regression)ผลการศึกษา พบว่า ประชากรส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุอยู่ระหว่าง 49-55 ปี และสำเร็จการศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี ส่วนใหญ่ปฏิบัติงานอยู่ในองค์การบริหารส่วนตำบล โดยมีตำแหน่งหรือหน้าที่ที่รับผิดชอบเป็นรองนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและมีประสบการณ์ในสายงานผู้บริหารอยู่ระหว่าง 0-4 ปี จากการทดสอบสมมติฐานพบว่าอายุมีอิทธิพลทางตรงต่อทัศนคติของคณะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อการจัดตั้งศูนย์บริการคนพิการทั่วไปที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .034 โดยที่ข้อมูลส่วนบุคคลด้านอื่นๆ ไม่ได้มีอิทธิพลทางตรงและทางอ้อมต่อทัศนคติและการตัดสินใจของคณะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จากผลการวิเคราะห์สมการถดถอยเชิงพหุคูณ ส่วนของความรู้เกี่ยวกับศูนย์บริการคนพิการทั่วไปพบว่ามีอิทธิพลทางตรงต่อทัศนคติของ คณะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อการจัดตั้งศูนย์บริการคนพิการทั่วไปที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .003 และความรู้เกี่ยวกับศูนย์บริการคนพิการทั่วไปมีอิทธิพลทางอ้อมต่อการตัดสินใจจัดตั้งศูนย์บริการคนพิการทั่วไปผ่านทัศนคติของคณะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .010 ส่วนทัศนคติของคณะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพบว่ามีอิทธิพลทางตรงต่อการตัดสินใจจัดตั้งศูนย์บริการคนพิการทั่วไป อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .000 สำหรับผลจากการวิเคราะห์ปัจจัย (Factor Analysis) สามารถจัดกลุ่มปัจจัยใหม่ได้ทั้งหมด 2 ปัจจัย และนำมาวิเคราะห์สมการถดถอยเชิงพหุคูณ พบว่า กลุ่มปัจจัยใหม่ทั้ง 2 ปัจจัย มีอิทธิพลทางตรงต่อการตัดสินใจจัดตั้งศูนย์บริการคนพิการทั่วไป ได้แก่ ปัจจัยด้านงบประมาณและการบริหารจัดการ และปัจจัยด้านบุคลากรและการจัดการด้านวัสดุอุปกรณ์อาคารสถานที่ โดยที่ปัจจัยด้านบุคลากรและการจัดการด้านวัสดุอุปกรณ์อาคารสถานที่มีอิทธิพลทางตรงต่อการตัดสินใจจัดตั้งศูนย์บริการคนพิการทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .000 และปัจจัยด้านงบประมาณและการบริหารจัดการมีอิทธิพลทางตรงต่อการตัดสินใจจัดตั้งศูนย์บริการคนพิการทั่วไปที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .000 ดังนั้นปัจจัยที่นำไปสู่การตัดสินใจทั้งสี่ปัจจัยมีอิทธิพลในกระบวนการตัดสินใจของคณะผู้บริหารแต่ละบุคคล โดยใช้การบูรณาการปัจจัยในการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสำหรับข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย มีดังนี้ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการควรมีการปรับลดขั้นตอนการดำเนินงานและหลักเกณฑ์ต่างๆ ในการจัดตั้งศูนย์บริการคนพิการทั่วไปและควรให้มีการถ่ายโอนภารกิจในด้านศูนย์บริการคนพิการทั่วไปมายังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยตรงเพื่อสะดวกต่อการบริหารจัดการ ควรจัดให้มีการอบรมและประชุมแก่คณะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจและเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน และควรมีบุคลากรที่เพียงพอ มีความรู้เฉพาะทาง มีทักษะ และมีทัศนคติที่ดีต่อการปฏิบัติงานกับคนพิการ ในการศึกษาครั้งต่อไป ควรศึกษาทัศนคติของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้านสวัสดิการสังคมในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อการมีศูนย์บริการคนพิการทั่วไปเพิ่มเติม และควรมีการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างทัศนคติของคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ด้านสวัสดิการสังคมในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จัดตั้งศูนย์บริการคนพิการทั่วไปสำเร็จกับหน่วยงานที่ยังไม่ได้มีการจัดตั้งศูนย์บริการคนพิการทั่วไป รวมถึงศึกษาปัญหาและอุปสรรคของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดต่อการดำเนินงานตามนโยบายด้านการจัดตั้งศูนย์บริการคนพิการทั่วไป
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-11-08



