ความคุ้มครองผู้ไม่รู้หนังสือในการทำนิติกรรมสัญญา
收藏DataCite Commons2023-09-19 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.651
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาเกี่ยวกับปัญหาเรื่องการใช้และตีความกฎหมายเพื่อคุ้มครองผู้ไม่รู้หนังสือ และปัญหาเรื่องระบบความคุ้มครองการแสดงเจตนาของผู้ไม่รู้หนังสือในกรณีที่มีเอกสารเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยศึกษาแนวคิด ทฤษฎีของบทบัญญัติกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เปรียบเทียบกับหลักกฎหมายเกี่ยวด้วยความคุ้มครองความต้องตรงกันระหว่างเจตนาแท้จริงภายในใจกับเจตนาที่แสดงออก ของกฎหมายอังกฤษ กฎหมายออสเตรเลีย กฎหมายฝรั่งเศส กฎหมายไนจีเรีย และ Draft Common Frame of Reference (DCFR) ซี่งได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการให้ความคุ้มครองเจตนาแท้จริงของผู้ไม่รู้หนังสือ โดยสามารถนำมาใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเพื่อคุ้มครองผู้ไม่รู้หนังสือต่อไป จากการศึกษาพบว่า จำนวนผู้ไม่รู้หนังสือในความว่าการอ่านเขียนภาษาแม่ของตนไม่ได้นั้นมีจำนวนลดน้อยลง อย่างไรก็ดี การดำเนินนโยบายเพื่อเป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุนของประเทศไทย ส่งผลให้คนต่างด้าวต่างเดินทางเข้ามาประกอบอาชีพในประเทศไทยมากขึ้น ก่อให้เกิดการแสดงเจตนาทำนิติกรรมไปด้วยความผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปจากเจตนาแท้จริงภายในใจ เพราะความไม่รู้ไม่ชำนาญในการสื่อสารหรือเข้าใจลายลักษณ์อักษรภาษาอื่น เพิ่มมากขึ้นในสังคมไทยในกฎหมายอังกฤษและกฎหมายออสเตรเลีย มีมุมมองว่าการแสดงเจตนาผิดพลาดไปเพราะความไม่รู้ไม่เข้าใจภาษาเป็นพฤติการณ์อ่อนแอเรื่องหนึ่งในการทำนิติกรรมสัญญา เสี่ยงต่อการถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้รู้หนังสือ จึงตีความหลัก equity เรื่อง การแสวงหาประโยชน์โดยอาศัยพฤติการณ์อ่อนแอของคู่กรณี (Unconscionable Bargain) ให้ใช้คุ้มครองผู้ไม่รู้หนังสือโดยบังคับตามเจตนาแท้จริงภายในใจ ของผู้ไม่รู้หนังสือ หากปรากฎข้อเท็จจริงว่าคู่กรณีอีกฝ่ายไม่สุจริตแสวงหาประโยชน์จากความไม่รู้หนังสือ โดยความคุ้มครองในลักษณะดังกล่าวปรากฎใน Draft Common Frame of Reference (DCFR) เช่นกันความไม่รู้หนังสือเป็นพฤติการณ์ซึ่งได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายไทยเช่นกันในกรณีที่เจตนาที่แสดงออกกับเจตนาแท้จริงภายในใจของผู้ไม่รู้หนังสือไม่ต้องตรงกัน โดยผู้แสดงเจตนาไม่รู้ถึงความไม่ต้องตรงกันนั้น กฎหมายไทยย่อมตัดทำลายนิติกรรมที่เกิดขึ้น โดยปรับใช้หลักกฎหมายเรื่องสำคัญผิดในสาระสำคัญซึ่งกำหนดให้นิติกรรมตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 156 หรือในบางกรณีกฎหมายย่อมกำหนดผลให้นิติกรรมตกเป็นโมฆียะโดยหลักกฎหมายเรื่องกลฉ้อฉลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 159 แล้วแต่กรณี เพื่อมิให้ผูกพันตามเจตนาที่แสดงออกซึ่งไม่ต้องตรงกับเจตนาแท้จริงของตนได้ อย่างไรก็ดี หากข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงว่า ผู้รับการแสดงเจตนารู้หรือควรรู้เจตนาแท้จริงภายในใจของผู้ไม่รู้หนังสือ เช่นนี้ผู้ไม่รู้หนังสือย่อมได้รับความคุ้มครองโดยนิติกรรมเกิดขึ้นตามเจตนาแท้จริงภายในใจของผู้ไม่รู้หนังสือ เพราะเป็นกรณีที่คู่กรณีทั้งสองฝ่ายต่างเข้าใจเจตนาแท้จริงทั้งสองฝ่าย ถ้อยคำสำนวนหรือตัวอักษรซึ่งปรากฏเป็นเพียงการแสดงเจตนาผิดพลาดเล็กน้อยซึ่งไม่กระทบถึงความสมบูรณ์ของการแสดงเจตนา (falsa demonstration non nocet) ข้อความคิดเรื่องความบกพร่องในการแสดงเจตนาและ falsa demonstration non nocet มีความใกล้เคียงกันแต่ให้ผลที่แตกต่างกันอย่างมาก จึงสมควรนำหลักกฎหมายเรื่องการตีความการแสดงเจตนาเป็นเกณฑ์การจำแนกข้อความคิดทั้งสองเรื่อง เพื่อให้ระบบนิติกรรมตามกฎหมายไทยให้ความคุ้มครองผู้ไม่รู้หนังสือได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น สอดคล้องกับแนวนโยบายของรัฐไทยและแนวทางในการให้ความคุ้มครองตามกฎหมายต่างประเทศประเด็นปัญหาเรื่องระบบความคุ้มครองการแสดงเจตนาของผู้ไม่รู้หนังสือในกรณีที่มีเอกสารเข้ามาเกี่ยวข้อง พบว่ากฎหมายไทยมีความเคร่งครัดกับการจัดทำเอกสารเป็นอย่างมาก โดยหากไม่จัดทำเอกสารตามแบบที่กฎหมายกำหนดนิติกรรมย่อมตกเป็นโมฆะ อย่างไรก็ดีนอกจากเรื่องแบบยังปรากฎเอกสารซึ่งหากไม่จัดทำไม่ส่งผลให้นิติกรรมตกเป็นโมฆะแต่เอกชนนิยมจัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการฟ้องร้องบังคับคดีและความสะดวกในการอ้างอิงเป็นพยานหลักฐาน โดยจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษรส่งผลให้ผู้ไม่รู้หนังสือไม่สามารถจัดทำเอกสารดังกล่าวตามความนิยมของเอกชนในยุคสมัยในปัจจุบันได้ในกฎหมายฝรั่งเศสและกฎหมายไนจีเรีย ปรากฎระบบความคุ้มครองการจัดทำเอกสารเพื่อเป็นมาตรการป้องกันคุ้มครองให้ลายลักษณ์อักษรต้องตรงกับเจตนาแท้จริงของผู้ไม่รู้หนังสือ โดยใช้ระบบโนตารีปับลิกและสร้างหน้าที่และความรับผิดแก่ผู้จัดทำเอกสารให้แก่ผู้ไม่รู้หนังสือ จึงสมควรสร้างระบบ ความคุ้มครองผู้ไม่รู้หนังสือในกฎหมายไทย เพื่อเป็นมาตรการป้องกันปัญหาความไม่ต้องตรงกันระหว่างเนื้อความในเอกสารกับเจตนาแท้จริง
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-09-19



