การศึกษาพฤติกรรมการออมและการลงทุนผ่านระบบภาษี: กรณีศึกษาผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในกรุงเทพมหานคร
收藏DataCite Commons2023-10-09 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.1155
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การศึกษาพฤติกรรมการออมและการลงทุนผ่านระบบภาษี กรณีผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในกรุงเทพมหานคร มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการออมและการลงทุน รวมไปถึงศึกษาความรู้ความเข้าใจทางการเงินและการลดหย่อนภาษีของผู้เสียภาษี และศึกษาแรงจูงใจในการ ลดหย่อนภาษีที่เกี่ยวกับการออมและการลงทุน กรณีผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ในกรุงเทพมหานคร ผู้วิจัยใช้ข้อมูลประเภทปฐมภูมิ (Primary Data) โดยเก็บแบบสอบถามออนไลน์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาคือ กลุ่มผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่มีเงินได้พึงประเมินทุกประเภท ตามมาตรา 40 (1) - (8) แห่งประมวลรัษฎากร ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 400 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนาได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติอนุมาน ได้แก่ Chi-Square, t-test, One-Way ANOVA และ MANOVAผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนมากมีอายุ 27 - 42 ปี (Generation Y) มีรายได้ต่อปี ประมาณ 150,0001-500,000 บาท และมีขั้นเงินได้สุทธิอยู่ที่ประมาณ 0 - 150,000 บาทต่อปี ทำให้งานศึกษาครั้งนี้สะท้อนในกลุ่มที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ซึ่งสอดคล้องกับสัดส่วนประชากรของ ผู้ที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในเขตกรุงเทพมหานคร ที่มีรายได้และขั้นเงินได้สุทธิอยู่ในช่วงดังกล่าวเป็นส่วนใหญ่ ในส่วนของพฤติกรรมการออมและ/หรือการลงทุนพบว่า ในกลุ่มการออมประเภทที่สามารนำไปลดหย่อนภาษีได้มากที่สุดคือ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) รองลงมาคือประกันสังคม และประกันชีวิต ตามลำดับ ในกลุ่มการออมประเภทที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ที่มีการลงทุนในสัดส่วนน้อย คือ การออมในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Fund : RMF) และกองทุนรวมเพื่อการออม (Super Saving Fund : SSF) ในขณะที่กลุ่มการออมที่ไม่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ พบว่าส่วนใหญ่เลือกการออมในรูปแบบเงินฝากออมทรัพย์ รองลงมาคือ เงินฝากสหกรณ์ สลากออมสิน/ธกส. ตามลำดับ นอกจากนี้ในส่วนของการทดสอบความรู้ความเข้าใจทางการเงินและการลดหย่อนภาษี พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความรู้ความเข้าใจทางภาษีต่ำกว่าความรู้ความเข้าใจทางการเงิน ในขณะที่การศึกษาแรงจูงใจในการลดหย่อนภาษีที่เกี่ยวกับการออมและการลงทุน พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความคิดเห็นทางด้านแรงจูงใจในการใช้ค่าลดหย่อนภาษี ทั้ง 3 ด้าน โดยรวมอยู่ในระดับแรงจูงใจมาก เมื่อพิจารณารายปัจจัย โดยเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยพบว่า ด้านความคุ้มค่า รองลงมาคือ ด้านการเข้าถึง และด้านเงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อน และ ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยส่วนบุคคลแตกต่างกันมีแรงจูงใจในการใช้ค่าลดหย่อนภาษีทั้ง 3 ด้านไม่แตกต่างกัน
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-10-09



