การศึกษาการใช้โปรแกรมช่วยแปลในการแปลงานเฉพาะทางระหว่างผู้แปลที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อกับผู้แปลทั่วไป
收藏Mendeley Data2024-01-31 更新2024-06-27 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2016.1506
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้รายงานผลศึกษาการใช้โปรแกรมช่วยแปลเป็นทรัพยากรการแปลในการแปลงานเฉพาะทางระหว่างผู้แปลที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อกับผู้แปลทั่วไป โดยการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบคุณภาพของงานแปล ทั้งงานแปลโดยรวม และคุณภาพของงานแปลในระดับคำ กระบวนการแปล รวมถึงความคิดเห็นของผู้แปลที่มีต่อโปรแกรมช่วยแปล โดยวัดผลทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ การวัดเชิงคุณภาพวัดโดยใช้หลักการแปลตามแนวทางของ Larson (1984) 3 ประการคือ ความถูกต้อง (accuracy) ความชัดเจน (clarity) และความเป็นธรรมชาติ (naturalness) รวมถึงความคิดเห็นของผู้แปลที่มีต่อโปรแกรมช่วยแปล ส่วนการวัดเชิงปริมาณแบ่งเป็นการวัดความสม่ าเสมอ (consistency) ของคำศัพท์ในบทแปลการใช้งาน ความจำสำหรับการแปล (translation memory) การใช้งานคำศัพท์เฉพาะ (term base) และการใช้งานเครื่องแปลภาษา (machine translation) ในโปรแกรมช่วยแปล รวมถึงความพึงพอใจของผู้แปลต่อโปรแกรมช่วยแปล ต้นฉบับที่เลือกมาแปลจากภาษาอังกฤษเป็นไทยในงานวิจัยครั้งนี้เป็นบทความเฉพาะทางเทคนิคเทคนิค (Technical texts) ประเภทงานคู่มือ (Manual) จ านวนความยาว 750 คำ นำข้อมูลมาจากหนังสือคู่มือ เรื่อง “คู่มือการใช้กล้อง Canon EOS 5D MARK IV” จัดทำโดย Canon INC. (2016) และกลุ่มตัวอย่างบุคคลแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญงานแปลเฉพาะทางเทคนิค และกลุ่มผู้แปลทั่วไปจำนวนกลุ่มละ 3 ท่าน ให้กลุ่มตัวอย่างแปลบทความที่กำหนดให้โดยใช้โปรแกรมช่วยแปล ซึ่งในการศึกษานี้โปรแกรมช่วยแปลที่ใช้เป็นทรัพยากรการแปล คือ โปรแกรมช่วยแปล “Memsource” นอกจากนี้ยังมีการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างถึงความพึงพอใจและวิธีการใช้งานโปรแกรมช่วยแปลด้วย จากข้อมูลในการศึกษา สามารถสรุปได้ว่า โปรแกรมช่วยแปล (CAT tools) สามารถใช้เป็นทรัพยากรการแปลในการแปลงานเฉพาะทางได้ และมีประโยชน์กับทั้งผู้แปลที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อและผู้แปลทั่วไป บทแปลมีคุณภาพของงานแปลโดยรวมในระดับที่ไม่แตกต่างกันและคุณภาพในระดับคำมีคุณภาพใกล้เคียงกัน ถึงแม้กลุ่มผู้แปลทั่วไปจะมีความรู้ด้านเนื้อหาและศัพท์เฉพาะน้อยกว่าผู้แปลที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อ แต่บทแปลของผู้แปลที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อจะมีความถูกต้องมากกว่าผู้แปลทั่วไปเล็กน้อย ผู้แปลทั้งสองกลุ่มมีวิธีการใช้งานโปรแกรมช่วยแปลในการแปลงานเฉพาะทางในลักษณะเดียวกัน ผลการสำรวจความคิดเห็นที่มีต่อโปรแกรมแสดงให้เห็นว่าผู้แปลทั้งสองกลุ่มเเห็นถึงประโยชน์ขององค์ประกอบต่างๆของโปรแกรมช่วยแปล (CAT tools) โดยเฉพาะความจำสำหรับการแปล (translation memory) และคำศัพท์เฉพาะ (termbase) ในการแปลงานเฉพาะด้าน อย่างไรก็ตามการแปลงานเฉพาะทางโดยการใช้โปรแกรมช่วยแปลเป็นทรัพยากรการแปล ทั้งผู้แปลที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อและผู้แปลทั่วไปยังต้องอาศัยการปรับบทแปลด้วยตนเองเพิ่มเติมด้วยส่วนหนึ่ง แม้ว่าโปรแกรมช่วยแปลจะใช้เป็นเครื่องมือในการช่วยแปลได้เป็นอย่างดี แต่ในบางครั้งโปรแกรมช่วยแปลก็ไม่สามารถแปลได้อย่างสละสลวยและเป็นธรรมชาติตามภาษาปลายทางได้ทั้งหมด อาจต้องใช้ประกอบกับการปรับบทแปลและตรวจสอบโดยผู้แปลอีกครั้งหนึ่ง
本论文报告了一项将辅助翻译软件作为专业翻译资源,用于专业领域翻译任务的研究,旨在对比专业译者与普通译者的翻译质量——包括整体翻译质量、词汇层面翻译质量、翻译流程,以及译者对辅助翻译工具的主观评价。本研究同时采用质性与量化两种评估方式:质性评估依据拉森(Larson, 1984)提出的三项标准,即准确性(accuracy)、清晰度(clarity)与自然度(naturalness),结合译者对辅助翻译工具的看法展开;量化评估则涵盖译文中术语一致性、翻译记忆(translation memory)、术语库(term base)及机器翻译(machine translation)在辅助翻译工具中的使用情况,以及译者对工具的满意度。本研究选用的源文本为英语译泰语的技术手册(Manual)类专业文本,共计750词,内容取自佳能公司(Canon INC.)2016年发布的《Canon EOS 5D MARK IV使用手册》。受试者分为两组,每组各3人,分别为专业技术翻译组与普通翻译组,要求两组受试者使用辅助翻译工具完成指定文本的翻译任务,本研究选用的辅助翻译工具为Memsource。此外,本研究还对受试者进行了访谈,以了解其对辅助翻译工具的满意度与使用方式。基于研究数据可得出如下结论:计算机辅助翻译工具(CAT tools)可作为专业领域翻译的有效资源,对专业译者与普通译者均具有实用价值;两组译者的整体翻译质量无显著差异,词汇层面的翻译质量也较为相近。尽管普通译者在专业领域知识与术语储备上弱于专业译者,但专业译者的译文准确性仍略高于普通译者;两组译者在专业翻译任务中对辅助翻译工具的使用方式基本一致。对译者评价的调研结果显示,两组译者均认可计算机辅助翻译工具各组件的实用价值,尤其是翻译记忆与术语库在专业领域翻译中的作用。然而,无论专业译者还是普通译者,在使用辅助翻译工具完成专业文本翻译时,均需手动对部分译文进行调整;尽管辅助翻译工具能有效辅助翻译工作,但在部分场景下无法完全生成符合译入语表达习惯的自然流畅译文,仍需译者进行二次校对与调整。
创建时间:
2024-01-31



