พฤติกรรมและแนวคิดการออมเพื่อการเกษียณของพ่อค้าแม่ค้า: กรณีศึกษากองทุนการออมแห่งชาติ
收藏DataCite Commons2025-11-19 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.1194
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมและแนวคิดในการออมเพื่อการเกษียณ ของแรงงานนอกระบบกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ปัญหาและอุปสรรคที่ทำให้ยังไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกกองทุน การออมแห่งชาติ (กอช.) โดยใช้วิจัยเชิงคุณภาพผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มตัวอย่าง 29 ราย อายุ 20–50 ปี มีความหลากหลายด้านรายได้ เพศ การศึกษา และลักษณะธุรกิจ ผู้วิจัยใช้วิธี “เดินตลาด” เพื่อเข้าถึงบริบทชีวิตจริงและข้อมูลที่สะท้อนทัศนคติและแรงจูงใจได้รอบด้าน ผลการศึกษาพบว่าแม้กลุ่มตัวอย่างมีรายได้เฉลี่ยราว 30,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเพียงพอ สำหรับการออม แต่ยังขาดวินัยทางการเงิน ไม่มีแผนเกษียณ และไม่ใช้เครื่องมือทางการเงินอย่างเป็น ระบบ โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้ไม่แน่นอน ภาระค่าใช้จ่ายสูง และความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของ กอช. เช่น เงินสมทบจากรัฐและเงื่อนไขการถอนเงิน ส่งผลให้เกิดความ ลังเลในการสมัครเข้ร่วมกองทุน แม้จะตระหนักถึงความสำคัญของการออม พฤติกรรมดังกล่าวไม่ สอดคล้องกับสมมติฐานวงจรชีวิต (Life-Cycle Hypothesis) ที่คนวัยทำงานจะวางแผนเก็บออมเพื่อ รองรับชีวิตหลังเกษียณ แต่พฤติกรรมของกลุ่มตัวอย่างกลับเน้นการบริโภคในปัจจุบันมากกว่า สอดคล้องกับแนวคิดทางการเงินเชิงพฤติกรรม (Behavioral Finance) โดยเฉพาะอคติในปัจจุบัน (Present Bias) เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการออมอย่างยั่งยืน ข้อค้นพบนี้สอดคล้องกับงานของอริยา วงศ์สุวรรณ (2559) ที่ระบุว่าความเข้าไม่เข้าใจในสิทธิประโยชน์ของ กอช. ส่งผลต่อการตัดสินใจเป็น สมาชิก รวมถึงงานของนุชจรี สินค้า (2563) ที่ชี้ว่ารายได้ไม่แน่นอนเป็นอุปสรรคในการออม และของ พัชรี สิทธิโอฬารสกุลและมะดาโอะ สุหลง (2565) ที่พบว่าแรงงานนอกระบบส่วนใหญ่ออมโดย ขาดแผนระยะยาว นอกจากนี้ยังพบว่า กลุ่มอายุ 35-50 ปีให้ความสนใจเข้าร่วม กอช. น้อยที่สุดสอดคล้องกับงานของมงคล จำรูญ (2560) ที่ระบุว่ากลุ่มอายุ 36–45 ปีมีแนวโน้มออมเงินใน กอช. ต่ำ กว่ากลุ่มอื่น ข้อเสนอแนะจากผลการศึกษาและการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกจากบทสัมภาษณ์ คือ การ ออกแบบนโยบายออมควรจะมีความยืดหยุ่นจึงจะสอดคล้องกับความเป็นจริงของแรงงานนอกระบบ โดยเฉพาะอาชีพพ่อค้าแม่ค้าและควรมีการส่งเสริมความรู้ทางการเงิน พัฒนาสิทธิประโยชน์หรือ แรงจูงใจใหม่ ๆ ปรับการสื่อสารให้เข้าใจง่ายเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการออมอย่างต่อเนื่องซึ่งน่าจะ สามารถขยายผลไปยังกลุ่มอาชีพนอกระบบอื่นที่มีรายได้ไม่แน่นอนและมีพฤติกรรมการออมใน รูปแบบที่คล้ายคลึงกันกับพ่อค้าแม่ค้า
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-11-19



