ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมมือสองผ่านแพลตฟอร์ม Falinda
收藏DataCite Commons2025-11-21 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.1220
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมมือสองผ่านแพลตฟอร์ม Falinda 2) เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยด้านส่วนประสมทางการตลาดที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมมือสองผ่านแพลตฟอร์ม Falinda 3) เพื่อศึกษาปัจจัยด้านความน่าเชื่อถือไว้วางใจที่ส่งผลต่อความตัดสินใจซื้อสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมมือสองผ่านแพลตฟอร์ม Falinda และ 4) เพื่อศึกษาปัจจัยด้านการรับรู้ความเสี่ยง ที่ส่งผลต่อความตัดสินใจซื้อสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมมือสองผ่านแพลตฟอร์ม Falinda งานวิจัยนี้ใช้วิธีการวิจัยเชิงปริมาณ โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจากผู้ซื้อสินค้าแบรนด์เนมมือสองผ่านแพลตฟอร์ม Falinda จำนวน 508 คน ผ่านการแจกแบบสอบถามออนไลน์ และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมานผลการวิจัยพบว่า ผู้ตอบส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 96.5 มีอายุอยู่ระหว่าง 26–35 ปีมากที่สุด รองลงมาคือกลุ่มอายุ 36–45 ปี โดยส่วนใหญ่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนระหว่าง 80,001–120,000 บาท และระดับการศึกษาส่วนใหญ่จบปริญญาตรี สำหรับช่องทางการซื้อสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมมือสองผ่านแพลตฟอร์ม Falinda พบว่าผู้ตอบนิยมใช้ Instagram มากที่สุด รองลงมาคือ Line OpenChat และ Application Falinda ในด้านพฤติกรรมการซื้อ ส่วนใหญ่รับรู้ว่าผู้ขายมีการยืนยันตัวตนกับ Falinda โดยมีความถี่ในการซื้อเฉลี่ยปีละ 1–2 ชิ้น และมูลค่าการซื้อเฉลี่ยต่อชิ้นอยู่ในช่วง 10,001–30,000 บาท ผู้ตอบส่วนใหญ่สามารถต่อรองราคากับผู้ขายได้โดยตรง แบรนด์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ Celine รองลงมาคือ Gucci, Chanel, Louis Vuitton, Dior และ Prada ขณะที่ Chloe และ Mulberry เป็นแบรนด์ที่มีการซื้อน้อยที่สุด สำหรับประเภทสินค้าที่ซื้อ พบว่าส่วนใหญ่เป็นกระเป๋า รองลงมาคือกระเป๋าสตางค์/ใส่บัตร เครื่องประดับ รองเท้า และเสื้อผ้า ตามลำดับผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ปัจจัยระดับการศึกษาส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมมือสองผ่านแพลตฟอร์ม Falinda อย่างมีนัยสำคัญ โดยผู้บริโภคที่มีการศึกษาต่ำกว่าหรือเท่ากับปริญญาตรีมีแนวโน้มตัดสินใจซื้อมากกว่ากลุ่มที่มีการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี ส่วนอายุและรายได้ไม่ก่อให้เกิดความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อ สำหรับปัจจัยด้านส่วนประสมทางการตลาด (4Ps) พบว่าความสะดวกและความคุ้มค่ามีอิทธิพลเชิงบวกต่อการตัดสินใจซื้อ ขณะที่การส่งเสริมการขายและคุณภาพ/การรับประกันสินค้าแม้มีนัยสำคัญ แต่กลับส่งผลในเชิงลบ สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคบางกลุ่มอาจเกิดความไม่มั่นใจต่อคุณภาพหรือการลดราคาที่มากเกินไป ซึ่งอาจกระทบต่อความตั้งใจซื้อ นอกจากนี้ ปัจจัยด้านความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจมีอิทธิพลเชิงบวกและมีนัยสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า ในขณะที่การรับรู้ความเสี่ยงไม่ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อ สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคมีความคุ้นเคยและมั่นใจในการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น จึงไม่ได้มองความเสี่ยงเป็นอุปสรรคสำคัญในการตัดสินใจ
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-11-21



