five

อิทธิพลทางการเมืองต่อระบบกระบวนการยุติธรรมในชั้นสอบสวน: กรณีศึกษาสถานีตำรวจนครบาลในสังกัดกองบังคับการตำรวจนครบาล 2

收藏
DataCite Commons2022-12-13 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2021.1042
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
ปัจจุบันข้าราชการไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ทหาร หรือข้าราชการประจำบางส่วนเริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญในการบริหารทางการเมืองมากยิ่งขึ้น โดยข้าราชการตำรวจจำเป็นต้องผูกติดอยู่กับอำนาจทางการเมืองเนื่องจากเป็นนโยบายจากฝ่ายการเมืองให้ทางตำรวจรักษากระบวนการยุติธรรมให้เป็นไปอย่างถูกต้อง จึงกล่าวได้ว่าข้าราชการตำรวจนั้นนอกจากมีหน้าที่รักษาความสงบสุขของประชาชนและรักษากฎหมายเพื่อผดุงความสุขของบ้านเมืองแล้วยังถูกดึงเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งทางการเมืองจึงทำให้ตำรวจไทยตกอยู่ในสภาพของตำรวจการเมืองมากกว่าตำรวจของประชาชน ในระยะเวลาที่ผ่านมาการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจมักถูกแทรกแซงทางการเมืองจากกลุ่มผู้มีอิทธิพลทางการเมืองทั้งในเรื่องของการคัดเลือกตำแหน่งสำคัญในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือแม้แต่เรื่องการดำเนินงานด้านคดีความของพนังานสอบสวนในกระบวนการยุติธรรมในชั้นสอบสวน หรือแม้แต่สนับสนุนความสำเร็จของงานด้านสอบสวน เช่น การสนับสนุนระบบการปฏิบัติงานให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด จะเห็นได้ว่าข้าราชการตำรวจกับการเมืองนั้นไม่สามารถแยกออกจากกันได้ส่งผลให้ข้าราชการตำรวจไม่สามารถปฏิบัติหน้างานตามเจตนาของกฎหมายได้อย่างสมบูรณ์ จากปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นผู้ทำการวิจัยจึงเล็งเห็นความสำคัญของการแทรกแซงและอิทธิพลทางการเมืองต่อระบบกระบวนยุติธรรม ซึ่งผู้ทำการวิจัยได้ดำเนินการศึกษาปัจจัยที่ก่อให้เกิดการแทรกแซงของอิทธิพลทางการเมืองต่อพนักงานสอบสวนในกระบวนการยุติธรรม กรณีศึกษาสถานีตำรวจในสังกัดกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 โดยผู้ทำการวิจัยได้ดำเนินการออกแบบแบบสอบถามจากทฤษฎีที่เกี่ยวข้องและดำเนินการสัมภาษณ์ ผู้ที่เกี่ยวข้อง จากผลการศึกษาพบว่าปัจจัยที่ก่อให้เกิดการแทรกแซงทางการเมืองในกระบวนการยุติธรรมในชั้นสอบสวนเกิดจากปัจจัย ทั้งสิ้น 7 ด้านได้แก่ อิทธิพลทางการเมืองในพื้นที่ (ทั้งทางตรงและทางอ้อม) อิทธิพลของระบบอุปถัมภ์ในกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 จรรยาบรรณของพนักงานสอบสวน กระบวนการในการสอบสวน ค่าตอบแทนของพนักงานสอบสวน วัฒนธรรมองค์กรตำรวจ และโครงสร้างองค์กรตำรวจเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้พนักงานสอบสวนได้รับผลกระทบจากการแทรกแซงทางการเมืองไม่ว่าจะเป็นในด้านของลักษณะของคดีความ ซึ่งใช้อำนาจโดยตรง หรือโดยอ้อมผ่านผู้บังคับบัญชา หรือพวกพ้องในการกดดันหรือร้องขอให้เข้าข้างกับฝ่ายการเมืองนั้น ๆ โดยปัจจัยด้านอิทธิพลทางการเมืองนั้นเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างทางสังคมซึ่งก่อให้เกิดความยุติธรรมสองมาตรฐานกล่าวคือเป็นการอิทธิพลทางการเมืองนั้นส่งผลร้ายแรงต่อโครงสร้างทางสังคมในภาพรวมเป็นผลให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นและความศรัทธาต่อกระบวนการยุติธรรมซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาของ Siriwat Menachet ที่กล่าวว่าโครงสร้างตำรวจเป็นแบบรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลางมากเกินไปส่งผลให้การป้องกันและการแก้ไขอาชญากรรมเป็นไปอย่างล่าช้าและก่อให้เกิดการแทรกแซงจากฝ่ายทางการเมืองและความอุปถัมภ์ ทั้งนี้ จากผลการศึกษายังพบว่าสอดคล้องกับผลการศึกษาของ Kriensak Chareonwongsak ที่เชื่อว่าโครงสร้างของการทุจริตประพฤติผิดโดยมิชอบมีสาเหตุมากจากระบบการเมืองและระบบราชการที่มีความสัมพันธ์ที่ยึดโยงระหว่างข้าราชการระดับสูงกับนักการเมือง
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2022-12-13
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务