รูปแบบสมาชิกวุฒิสภาที่เหมาะสมแห่งราชอาณาจักรไทยตามหลักประชาธิปไตย
收藏DataCite Commons2022-12-13 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2021.1052
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การศึกษาเรื่องรูปแบบสมาชิกวุฒิสภาที่เหมาะสมแห่งราชอาณาจักรไทยตามหลักประชาธิปไตย ผู้วิจัยมีจุดมุ่งหมายเพื่อ 1) เพื่อศึกษารูปแบบการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาที่เหมาะสมกับประเทศไทย 2) เพื่อเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาในแต่ละแบบ 3) เพื่อเปรียบเทียบรูปแบบของวุฒิสภาของประเทศไทยและวุฒิสภาของต่างประเทศ โดยการศึกษาในครั้งนี้ผู้วิจัยใช้วิธีการสืบค้นเอกสารจากฐานข้อมูลวิชาการ อาทิ ข้อมูลวารสาร งานวิจัย และวิทยานิพนธ์ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาเพื่อใช้สำหรับการนำมารวบรวมข้อมูล ประเมินคุณภาพของข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และหาข้อสรุปจากการศึกษา พบว่าจุดมุ่งหมายเริ่มต้นของการมีสมาชิกวุฒิสภาในประเทศไทย คือการเป็นสภาที่สอง ที่คอยทำหน้าที่ในการตรวจสอบ ยับยั้ง และควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรี โดยให้สมาชิกวุฒิสภาซึ่งในแรกเริ่มเรียกว่าพฤฒิสภามีที่มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด เพื่อสะท้อนความต้องการที่แท้จริงของประชาชนและแสดงถึงความยึดมั่นตามเจตจำนงค์ของระบอบประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม ภายหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2489 ซึ่งเป็นฉบับแรกเริ่มที่ได้มีการกำหนดให้มีสมาชิกวุฒิสภาเอาไว้ได้ไม่นาน ก็มีอันต้องถูกยกเลิกไปเนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศ และทำให้รัฐธรรมนูญฉบับต่อจากนั้นอีกหลายฉบับ ตั้งแต่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2490, รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2492, รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2511, รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2517, รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2521 จนถึงรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2534 ได้กําหนดให้สมาชิกวุฒิสภามาจากการแต่งตั้ง ทั้งหมด ซึ่งถือเป็นการทำลายคุณค่าที่ควรจะเป็นของวุฒิสภาลง และทำลายหลักการสำคัญของระบอบประชาธิปไตย และทำให้สมาชิกวุฒิสภาเปลี่ยนบทบาทกลายเป็นผู้ธำรงเสถียรภาพของรัฐบาลที่แต่งตั้งตัวเองเข้ามา แทนที่จะเป็นอีกหนึ่งสภาที่ประชาชนสามารถพึ่งพาได้ กระทั่งการเกิดขึ้นของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 ที่ให้สมาชิกมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด และนำวุฒิสภาของประเทศไทยกลับไปสู่ตำแหน่งแห่งที่ตามที่ควรจะเป็นอีกครั้ง แต่หลังจากนั้นไม่นานกลับถูกยกเลิกลงอีกครั้งหนึ่ง ด้วยมูลเหตุจากการรัฐประหารเช่นเดิม ก่อนจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการได้มากลับไปสู่สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งอีกครั้ง การปรับเปลี่ยนรูปแบบสมาชิกวุฒิสภาตามบริบทของการเมืองในประเทศไทย ทำให้ผู้วิจัยเกิดความสนใจที่จะศึกษาถึงรูปแบบของสมาชิกวุฒิสภาที่เหมาะสมกับประเทศไทย โดยพิจารณาจากจุดยืนของผู้วิจัยว่า สมาชิกวุฒิสภาที่เหมาะสมกับประเทศไทยควรมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนทั้งหมด โดยมีการกําหนดเงื่อนไขที่จำเป็นในการควบคุมคุณสมบัติและขอบเขตอำนาจ หน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภาให้ชัดเจนมากขึ้นโดยผลการศึกษา พบว่า รูปแบบของสมาชิกวุฒิสภาในประเทศไทยมักปรับเปลี่ยนตามบริบททางการเมืองภายในประเทศ โดยขึ้นอยู่กับผู้กุมอำนาจทางการเมืองในช่วงเวลานั้น ทำให้เมื่อใดก็ตามที่ประชาชนมีบทบาทในสังคมและอำนาจสูง สมาชิกวุฒิสภาก็จะเปลี่ยนบทบาทมาเป็นอีกหนึ่งผู้แทนของประชาชนมากขึ้น นอกจากนี้ สมาชิกวุฒิสภายังมีแนวโน้มที่จะได้รับอำนาจเพิ่มสูงมากขึ้น แม้จะได้มีที่มาจากประชาชนก็ตาม ทำให้การกำหนดขอบเขตและอำนาจหน้าที่ของวุฒิสมาชิก ยังคงเป็นปัญหาที่ไม่ถูกแก้ไขอย่างแท้จริง โดยแม้จะมีความพยายามปรับเปลี่ยนรูปแบบวุฒิสภามาสู่การแต่งตั้ง ก็ไม่ได้ทำให้ปัญหาสำคัญดังกล่าวหมดลงไปได้จากผลการศึกษาข้างต้น ผู้วิจัยจึงยืนยันในจุดยืนว่ารูปแบบของสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจาก ประชาชนคือรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทยมากที่สุด เพราะจะทำให้สมาชิกวุฒิสภาสามารถใช้อำนาจของตนได้อย่างชอบธรรม และจะก้าวขึ้นมามีบทบาทในอีกหนึ่งฐานะสภาที่กลไกในการตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติที่ประชาชนสามารถพึ่งพิงได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมถึงรูปแบบการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาของประเทศไทยจากการเลือกตั้ง โดยการกำหนดคุณสมบัติพื้นฐานให้ครอบคลุมและชัดเจนขึ้น อีกทั้งควรปรับเปลี่ยนรูปแบบการเลือกตั้งเป็นการเลือกตั้งโดยตรง โดยใช้ระบบคะแนนเสียงข้างมากเด็ดขาด (Absolute Majority) อีกทั้งควรให้วุฒิสมาชิกอนุญาตให้มีการหาเสียงอย่างอิสระ เพื่อลดการพึ่งพิงฐานอำนาจการเมืองอื่น และลดอำนาจหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภาลงเพื่อป้องกันการใช้ตำแหน่งในการสร้างเครือข่ายทางอำนาจอย่างไม่ชอบธรรม
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2022-12-13



