five

การประเมินผลโครงการพัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) ผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD: กรณีศึกษาพื้นที่จังหวัดปทุมธานี

收藏
DataCite Commons2025-01-08 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2023.1129
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
การศึกษาเรื่อง การประเมินผลโครงการพัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA Digital ID) ผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD กรณีศึกษาพื้นที่จังหวัดปทุมธานีในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลการดำเนินงานของโครงการ เพื่อศึกษาปัญหา/อุปสรรคในการดำเนินโครงการ และเพื่อนำเสนอแนวทางในการพัฒนาโครงการ โดยใช้แบบจำลอง CIPP Model ในการประเมินโครงการ ผ่านการวิจัยในรูปแบบผสม (Mixed Methods) คือ การวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเก็บรวบรวมข้อมูล ดังนี้ เชิงปริมาณ โดยใช้เครื่องมือแบบสอบถามในการเก็บรวบรวมข้อมูลประชาชนในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีที่เคยเข้าร่วมโครงการ จำนวน 400 คน และวิเคราะห์โดยใช้สถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และPaired Sample t-test เชิงคุณภาพ โดยใช้เครื่องมือแบบสัมภาษณ์แบบเจาะลึก (In-Depth interviews) และการสัมภาษณ์แบบกึ่งมีโครงสร้าง (Semi-Structured interviews) จากผู้ให้ข้อมูลตั้งแต่กลุ่มผู้บริหารถึงกลุ่มเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการของหน่วยงาน ผู้ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องในการกำหนดนโยบาย และดำเนินการขับเคลื่อนโครงการ จำนวน 7 ราย สำหรับข้อมูลเชิงลึกเพื่อมาอุดช่องว่างของการวิจัยเชิงปริมาณ ผู้วิจัยได้นำข้อมูลที่รวบรวมได้มาประเมินผลโดยใช้แบบจำลอง CIPP Model โดยมีกรอบการประเมินผล 5 ด้าน คือ 1) ด้านบริบทและสภาพแวดล้อม (Context Evaluation) 2) ด้านปัจจัยนำเข้า (Input Evaluation) 3) ด้านกระบวนการ (Process Evaluation) 4) ด้านผลผลิต (Product Evaluation) และ5) ด้านผลลัพธ์ (Outcome Evaluation) โดยผลการศึกษาสรุปได้ดังนี้ 1) ด้านบริบทและสภาพแวดล้อม (Context Evaluation) พบว่า โครงการสามารถดำเนินงานได้สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐที่มุ่งสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล สามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ในการดำเนินโครงการได้อย่างเหมาะกับสังคมยุคปัจจุบัน และสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ 2) ด้านปัจจัยนำเข้า (Input Evaluation) พบว่า หน่วยงานมีความพร้อมและชอบธรรม ในการดำเนินโครงการจากการมีพื้นฐานทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้อำนาจหน้าที่ ใช้งบประมาณที่เหมาะสมในการนำเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยในการออกแบบรูปแบบระบบการให้บริการและการลงทะเบียน ประกอบกับมีเจ้าหน้าที่ที่มีศักยภาพ แต่ก็ยังพบข้อจำกัดในด้านการประชาสัมพันธ์และข้อจำกัดในด้านอุปกรณ์ 3) ด้านกระบวนการ (Process Evaluation) พบว่า โครงการสามารถดำเนินงานได้อย่างเหมาะสมทั้งในเรื่องของระยะเวลาและขั้นตอนในการดำเนินโครงการ ประชาชนสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ด้วยตนเอง โดยที่ขั้นตอนไม่ซับซ้อนและสามารถใช้งานได้ร่วมกับบริการอื่น ๆ ของภาครัฐได้และมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำเมื่อเกิดปัญหาในการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ 4) ด้านผลผลิต (Product Evaluation) พบว่า โครงการควรพัฒนาและต่อยอดเพื่อดำเนินการในอนาคต โดยผู้เข้าร่วมโครงการเห็นว่าผลผลิตของโครงการช่วยให้ผู้ให้บริการภาครัฐสามารถทราบถึงตัวตนของผู้ใช้งานได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย สามารถทำธุรกรรมออนไลน์กับภาครัฐได้โดยไม่ต้องเดินทางไปติดต่อกับส่วนราชการ ทำให้ลดระยะเวลาและค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ยังใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมความโปร่งใสในการดำเนินงานของภาครัฐ ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการรับบริการจากภาครัฐอย่างง่าย สะดวก และปลอดภัย โดยอำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชน ลดโอกาสที่จะถูกฉ้อโกงจากมิจฉาชีพที่ปลอมแปลงตัวตนหรือเอกสารต่าง ๆ เพื่อเข้าถึงการทำธุรกรรม 5) ด้านผลลัพธ์ (Outcome Evaluation) พบว่า โครงการช่วยลดปริมาณการใช้เอกสารหรือกระดาษ ช่วยประหยัดทรัพยากรภาครัฐได้ในระยะยาว ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้รับบริการ เป็นการยกระดับระบบการให้บริการของภาครัฐ ซึ่งผลการศึกษาตามแบบจำลอง CIPP Model ดังกล่าว พบว่าระดับความคาดหวังกับระดับความพึงพอใจ มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยระดับความคาดหวังของผู้เข้าร่วมโครงการมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าความพึงพอใจในทุกด้าน ในส่วนของความพึงพอใจเฉลี่ยทุกประเด็นอยู่ในระดับมาก ปัญหา/อุปสรรค และข้อเสนอแนะที่ได้จากการศึกษาในครั้งนี้มี 5 ประการ คือ 1) ด้านการประชาสัมพันธ์ของโครงการ ควรมีการประชาสัมพันธ์/รณรงค์อย่างต่อเนื่องให้กับประชาชนในพื้นที่ได้รู้และใช้บริการให้กว้างขวางมากขึ้น 2) การส่งเสริมทักษะ Digital literacy ให้กับประชาชนในพื้นที่ พัฒนาความสามารถในการเข้าถึงและใช้เทคโนโลยีอย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งทักษะพื้นฐานด้านดิจิทัลช่วยให้ประชาชนในพื้นที่เตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 3) การออกแบบแอปพลิเคชัน ThaiD ให้น่าใช้งานมากยิ่งขึ้น 4) พัฒนา Cyber Security เพื่อสร้างความเชื่อถือและความมั่นใจให้กับประชาชนในการใช้งานระบบดิจิทัล และ5) ประชาชนบางกลุ่มยังไม่สามารถเข้าถึงอุปกรณ์สมาร์ทโฟนและอินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งจำเป็นที่ภาครัฐต้องให้การสนับสนุน
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-01-08
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务