ปัญหาทางกฎหมายของการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ด้านการนำเข้า ส่งออก นำผ่าน และโลจิสติกส์ ผ่านระบบ National Single Window
收藏Mendeley Data2024-01-31 更新2024-06-27 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2015.675
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
ในการประกอบธุรกิจการค้าในการนำเข้า ส่งออก นำผ่าน และโลจิสติกส์ทั้งระดับ ในประเทศหรือระหว่างประเทศจะต้องมีการรับส่งข้อมูลระหว่างหน่วยงานของรัฐกับภาคธุรกิจเอกชนเป็นจำนวนมาก ซึ่งเดิมนั้นการรับส่งข้อมูลดังกล่าวจะกระทำในรูปแบบของกระดาษ โดยผู้ประกอบการจะต้องดำเนินการติดต่อกับหน่วยงานของรัฐด้วยตนเอง ต่อมาเมื่อเทคโนโลยีมีการพัฒนามากขึ้น จึงเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการรับส่งข้อมูลจากกระดาษเป็นข้อมูลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และมีการนำระบบ National Single Window เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้การรับส่งข้อมูลดังกล่าวสามารถกระทำได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ เนื่องจากระบบ National Single Window เป็นระบบการเชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ที่กำหนดให้ผู้ใช้บริการไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของรัฐ ภาคธุรกิจเอกชน หรือประชาชนสามารถทำการส่งผ่านข้อมูลเข้าสู่ระบบเพียงครั้งเดียว และระบบจะทำการประมวลผลและส่งข้อมูลไปให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอัตโนมัติ ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถดำเนินการผ่านระบบได้ตลอดเวลาและไม่จำกัดสถานที่ ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง แต่อย่างไรก็ดี เนื่องจากกฎหมายของหน่วยงานของรัฐต่างๆ ส่วนใหญ่ถูกบัญญัติขึ้นในช่วงเวลาที่การทำธุรกรรมต่างๆ กับหน่วยงานของรัฐยังอยู่ในรูปแบบของกระดาษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตนำเข้า ส่งออก และนำผ่านจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกรณีที่มีการนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านสินค้าที่ต้องได้รับอนุญาตก่อน กรณีเช่นนี้จึงเกิดปัญหาทางกฎหมายที่จะต้องพิจารณาว่าหากได้ดำเนินการผ่านระบบ National Single Window แล้วจะถือว่าการกระทำดังกล่าวมีผลชอบด้วยกฎหมายและถือว่าได้ปฏิบัติตามที่กฎหมายของแต่ละหน่วยงานได้บัญญัติไว้แล้วหรือไม่ เพียงใด ซึ่งต่อมาหน่วยงานของรัฐได้มีการออกกฎหมายเพื่อรองรับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ National Single Window คือ 1. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลแบบบูรณาการสำหรับการนำเข้า การส่งออก การนำผ่าน และโลจิสติกส์ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2557 และ 2. ร่าง พระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ด้านการนำเข้า ส่งออก นำผ่าน และโลจิสติกส์ผ่านระบบ National Single Window พ.ศ. .... โดยมีเนื้อหาในการกำหนดหลักเกณฑ์ให้หน่วยงานของรัฐ และภาคธุรกิจเอกชนปฏิบัติในการเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ National Single Window ดังนั้น ผู้เขียนจึงได้มุ้งศึกษากฎหมายทั้งสองฉบับดังกล่าว และพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และกฎหมายต่างประเทศคือ ประเทศอินโดนีเซีย และประเทศสิงคโปร์ จึงพบว่ากฎหมายทั้งสองฉบับยังมีปัญหาทางกฎหมายที่จะต้องดำเนินการแก้ไขในประเด็นบทบัญญัติของกฎหมายที่ไม่มีการบัญญัติถึงกรณีความชอบด้วยกฎหมายของการเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบ National Single Window ตามกฎหมายของหน่วยงานของรัฐต่างๆ ที่กำหนดให้การขอรับใบอนุญาตหรือการออกใบอนุญาตจะต้องกระทำในรูปแบบกระดาษ หรือกรณีกำหนดให้มีการส่งด้วยวิธีการพิเศษ เช่น การส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน หรือการดำเนินการผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานนั้นๆ เอง นอกจากนี้ มีประเด็นเรื่องลำดับศักดิ์ของกฎหมายทั้งสองฉบับดังกล่าวเนื่องจากเป็นกฎหมายลำดับรอง แต่กฎหมายของหน่วยงานของรัฐอยู่ในระดับพระราชบัญญัติหรืออาศัยอำนาจจากกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติ จึงไม่อาจลบล้างกฎหมายของหน่วยงานของรัฐได้ ผู้เขียนจึงเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาทางกฎหมายที่เหมาะสมที่สุดสำหรับกรณีดังกล่าว คือ แก้ไขพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ในมาตรา 35 ซึ่งเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ โดยเพิ่มเติมเนื้อความในลักษณะให้การเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบ National Single Window มีความชอบด้วยกฎหมายตามกฎหมายของหน่วยงานของรัฐ นอกจากนี้ ผู้เขียนได้ทำการศึกษากรณีความพร้อมของประเทศไทยในประเด็นทางกฎหมายกรณีการเชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ในระดับภูมิภาคผ่านระบบ ASEAN Single Window ในการให้สัตยาบันพิธีสารว่าด้วยกรอบกฎหมายเพื่อดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวของอาเซียนในประเด็นการรับส่งและแลกเปลี่ยนข้อมูลความปลอดภัยและความลับของข้อมูล ความถูกต้องของข้อมูลสารสนเทศ เป็นต้น ซึ่งประเทศไทยมีกฎหมายภายในรองรับการให้สัตยาบัน พิธีสารฯ และมีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2559 เห็นชอบการลงนามพิธีสารฯ ดังกล่าวแล้ว
在进出口、转关及国内外全链条物流贸易活动中,政府部门与私营企业间存在海量数据交互需求。此前此类数据交互均采用纸质形式,企业需自行对接政府部门办理相关手续。随着技术迭代升级,数据交互形式逐步从纸质转向电子,国家单一窗口(National Single Window)系统随之出现。该系统可实现数据联通自动化:无论政府部门、私营企业还是社会公众,仅需单次向系统提交数据,系统将自动完成处理并分发至相关联的政府部门,使用者可不受时间与地域限制完成线上办理,有效提升全流程的合规性、便捷性与效率。
然而多数政府部门的法规均制定于纸质交易时代,针对需前置许可的进出口、转关货物的许可申请与签发环节,存在一项核心法律争议:通过国家单一窗口系统完成的交易,是否符合现有法规要求,是否可被认定为合法有效且已履行相关法律义务?为此泰国政府出台两项法规适配该系统应用:其一为佛历2557年(公元2014年)《总理府办公室关于以电子方式开展进出口、转关及物流综合数据联通的条例》;其二为《关于通过国家单一窗口(National Single Window)开展进出口、转关及物流电子交易的原则与流程王室法令草案》,明确要求政府部门与私营企业通过该系统开展电子数据交互。
本研究作者针对上述两项法规、佛历2544年(公元2001年)《电子交易法》,以及印度尼西亚、新加坡的相关法律展开调研后发现,现有法规仍存在两大法律漏洞:一是未明确规定通过国家单一窗口系统完成的数据交互,可满足各政府部门法规中关于纸质提交或特定提交方式(如挂号邮寄、使用本部门计算机网络系统)的许可申请与签发要求;二是上述两项适配法规均属于低位阶法规,无法推翻高位阶的政府部门相关法规。
对此作者提出最优法律修订方案:修订《电子交易法》第35条(该条款规范政府电子交易活动),新增明确通过国家单一窗口系统完成的数据交互符合各政府部门法规要求的内容。此外作者还针对泰国在东盟单一窗口(ASEAN Single Window)框架下的法律适配情况展开研究,涉及签署《关于东盟单一窗口数据交互与交换的法律框架议定书》的合规性问题,该议定书涵盖数据安全保密、信息准确性等相关内容。调研显示,泰国国内已有相关法律支撑该协议的签署,并已于佛历2559年(公元2016年)3月22日获内阁会议批准签署该议定书。
创建时间:
2024-01-31



