five

ปัญหาการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาระหว่างปี ตามมาตรา 56 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

收藏
DataCite Commons2023-09-27 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.857
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็นภาษีที่สำคัญเพราะเป็นภาษีทางตรงที่มีผลบังคับใช้ ต่อบุคคลธรรมดาประชาชนโดยทั่วไปทุกคน การจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของประเทศต่าง ๆ โดยทั่วไปจะกำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นแสดงรายการและชำระเป็นรายปี ซึ่งเป็นกำหนดระยะเวลาที่เหมาะสมและไม่เป็นภาระแก่ผู้มีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีมากเกินไป แต่อย่างไรก็ตาม ในการบริหารงานรัฐกิจของรัฐบาลก็ต้องมีเงินรายได้เพื่อใช้จ่ายหมุนเวียนในระหว่างปี การจัดเก็บภาษีเงินได้ในระหว่างปีก่อนครบรอบปีภาษีจึงมีความจำเป็น เช่น ภาษีเงินได้นิติบุคคลระหว่างปี ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปีและรวมถึงภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ก็มีประโยชน์สำคัญในการช่วยจัดเก็บรายได้ระหว่างปีเช่นกัน การศึกษาการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปีตามมาตรา 56 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร พบว่าได้เริ่มนำมาใช้เมื่อปี พ.ศ. 2525 อันเป็นช่วงเวลาที่เศรษฐกิจของประเทศไทยอยู่ในขั้นวิกฤต รัฐต้องการรายได้จำนวนมากเพื่อนำมาบริหารประเทศและรักษาเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ จึงมีแนวคิดที่จะต้องเร่งรัดจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาล่วงหน้าจากผู้มีเงินได้ในกลุ่มของ การประกอบธุรกิจ (business income) แต่ในปัจจุบันสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศ ได้เปลี่ยนไป รัฐสามารถจัดเก็บภาษีประเภทอื่น ๆ เช่น ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม และ ภาษีธุรกิจเฉพาะได้มากขึ้น และที่สำคัญการกำหนดภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย สามารถครอบคลุม เงินได้พึงประเมินเกือบทุกประเภท จากข้อมูลการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปีของกรมสรรพากรย้อนหลัง 10 ปี เห็นได้อย่างชัดเจนว่าจำนวนเงินภาษีที่คำนวณได้ตามแบบ ภ.ง.ด.94 เมื่อหักภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้แล้ว จำนวนเงินที่ได้รับจากการยื่นแบบแสดงรายการ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปีนั้นน้อยมากจนไม่เป็นนัยยะสำคัญต่อรัฐ ดังนั้นการกำหนดหน้าที่ ในการยื่นแบบแสดงรายการตามมาตรา 56 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร จึงสร้างภาระแก่ประชาชนและ ไม่คุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บ อีกทั้งยังเป็นความเหลื่อมล้ำกับผู้มีเงินได้ตามมาตรา 40 (5) (6) (7) หรือ (8) แห่งประมวลรัษฎากร ที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2 ครั้งต่อปีโดย ไม่จำเป็น จากผลการศึกษา จึงเสนอให้ประเทศไทยปรับเปลี่ยนวิธีการจัดเก็บภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดา โดยยกเลิกการกำหนดให้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี ตามมาตรา 56 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งการยกเลิกบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว จะเป็นการปรับปรุงระบบการจัดเก็บภาษีโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่แท้จริงตามสภาวการณ์ปัจจุบัน โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ระหว่างปีของรัฐ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีลดต้นทุนของรัฐ สร้างความสะดวก ลดความซับซ้อน ลดภาระให้กับประชาชน สอดคล้องกับหลักการจัดเก็บภาษีอากรที่ดี อันจะก่อให้เกิดความสมัครใจในการเสียภาษีอันจะส่งผลดีต่อภาคธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-09-27
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务