การบริหารราชการส่วนภูมิภาค: ปัญหา อุปสรรคและแนวทางการบริหารงานกรณีศึกษาอำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี
收藏DataCite Commons2023-10-05 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.1074
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การศึกษาเรื่อง การบริหารราชการส่วนภูมิภาค : ปัญหา อุปสรรค และแนวทางการบริหารงาน กรณีศึกษา อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาปัญหา และอุปสรรคของการบริหารราชการส่วนภูมิภาคในปัจจุบัน และปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหาดังกล่าว 2) เพื่อศึกษาแนวทางหรือวิธีการแก้ไขปัญหา และอุปสรรคของการบริหารราชการส่วนภูมิภาค 3) เพื่อศึกษาความเชื่อมั่นและความคาดหวังต่อการบริหารราชการส่วนภูมิภาค และ 4) เพื่อศึกษารูปแบบการปรับเปลี่ยนการบริหารราชการส่วนภูมิภาค รวมถึงแนวทางการบริหารงานที่เหมาะสม โดยได้ทำการศึกษาค้นคว้า จากหนังสือ บทความทางวิชาการ ระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ อีกทั้ง ได้ทำการสัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมายในอำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกแบบปฐมภูมิ (Primary Data) ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น จำนวน 4 กลุ่ม ได้แก่ 1) ข้าราชการส่วนภูมิภาค 2) ข้าราชการส่วนท้องถิ่น 3) ภาคเอกชน และ 4) ภาคประชาชนผลการศึกษาปัญหา และอุปสรรคของราชการส่วนภูมิภาค พบว่า 1) ระบบราชการยังคงมีลักษณะรวมศูนย์อำนาจ (Centralization) ไว้ที่รัฐบาลกลาง ไม่แบ่งอำนาจการบริหารงานให้กับราชการส่วนภูมิภาคอย่างแท้จริงตามหลักการแบ่งอำนาจ (Deconcentralization) อีกทั้ง ราชการส่วนภูมิภาคทั้งระดับจังหวัดและอำเภอภายใต้อำนาจการบังคับบัญชาของผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ ไม่สามารถบริหารงานได้อย่างเต็มที่ ทั้งด้านงบประมาณ ทรัพยากรบุคคล การอนุมัติ อนุญาต วินิจฉัย และสั่งการต่าง ๆ ต้องรอการอนุมัติจากส่วนกลางเสียก่อน 2) ราชการส่วนกลางเกิดการขยายตัวในภูมิภาค หมายถึง หลายหน่วยงานที่สังกัดส่วนกลาง มาตั้งสำนักงานภายในจังหวัด แต่ไม่ได้อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของผู้ว่าราชการจังหวัด ทำให้การบริหารของราชการส่วนภูมิภาคไม่มีความเป็นเอกภาพ 3) โครงสร้างการบริหารราชการส่วนกลางมีภารกิจ และอำนาจ หน้าที่ที่ไม่ชัดเจน ทำให้หน่วยงานภูมิภาคที่อยู่ในจังหวัดของแต่ละหน่วยงานดำเนินงานในลักษณะแตกกระจาย ขาดการบูรณาการร่วมกัน และไม่สอดคล้องกับแผนงานของพื้นที่ อีกทั้ง นโยบายต่าง ๆ ที่สั่งมามีลักษณะบนลงล่าง (Top – Down) 4) ระบบราชการที่ไม่สอดคล้องกับสังคมปัจจุบัน กล่าวคือ มีความล่าช้าในขั้นตอนการทำงาน มีระเบียบ กฎหมาย และลำดับขั้นการบังคับบัญชาที่มากเกินไป อีกทั้ง ยังขาดการนำเทคโนโลยีและวิธีการทำงานใหม่ ๆ มาปรับใช้ และ 5) สังคมประชาธิปไตยกับการกระจายอำนาจ (Decentralization) กล่าวคือ กระแสความเปลี่ยนแปลงทางสังคมการเมือง ทำให้ประชาชนและภาคประชาสังคมต่าง ๆ ได้พยายามผลักดันให้เกิดการกระจายอำนาจ ซึ่งถือเป็นกลไกหนึ่งของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เนื่องจากเป็นวิถีทางที่ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารงาน กำหนดทิศทาง นโยบาย รวมถึงการดำเนินการใด ๆ ให้เป็นไปตามความต้องการของประชาชนได้โดยมีแนวทางการบริหารงาน ดังนี้ 1) ปรับปรุงโครงสร้าง อำนาจ การบริหารราชการแผ่นดินใหม่ทั้งหมด ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ให้ภารกิจ บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบ มีความชัดเจน เช่น การให้ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นขับเคลื่อนการดำเนินงานที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน 2) ยุบ/โอน ราชการส่วนกลางที่มาตั้งสำนักงานภายในจังหวัดแต่ไม่ได้สังกัดภูมิภาค ให้มาอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อให้การบริหารงานภายในจังหวัดมีความเป็นเอกภาพ ลดความซ้ำซ้อนของการดำเนินงาน และลดขนาดโครงสร้างระบบราชการที่มีขนาดใหญ่ 3) ปรับปรุงระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน เรื่อง การมอบอำนาจให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอให้มีความชัดเจนและมีอำนาจมากขึ้นในฐานะผู้แทนรัฐบาลประจำภูมิภาค รวมถึง การจัดสรรงบประมาณ และบุคลากรให้สอดคล้องกับภารกิจและปริมาณงานของราชการส่วนภูมิภาค และ 4) ยกเลิกกฎหมายที่ให้อำนาจส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคที่ซ้ำซ้อนกับส่วนท้องถิ่น โดยการวางกรอบการกำกับ ดูแล ส่วนท้องถิ่นให้ชัดเจนและเคร่งครัด เพื่อไม่ให้ส่วนกลางและส่วนภูมิภาคแทรกแซงการดำเนินงานของส่วนท้องถิ่น จนกลายเป็นการสั่งการและบังคับบัญชา แต่ควรเป็นการให้คำแนะนำและเป็นที่ปรึกษาในเรื่องที่ส่วนท้องถิ่นต้องการความช่วยเหลือ เพื่อให้การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นมีความเป็นอิสระตามหลักการกระจายอำนาจ และมีประสิทธิภาพเกิดความเข้มแข็งควบคู่ไปกับการบริหารราชการส่วนภูมิภาคได้
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-10-05



