five

บทบาทของนักสังคมสงเคราะห์กับการสร้างวินัยเชิงบวกในสถานรองรับเด็ก สังกัดกรมกิจการเด็กและเยาวชน

收藏
DataCite Commons2022-04-19 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2020.1209
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
การศึกษาเรื่อง “บทบาทของนักสังคมสงเคราะห์กับการสร้างวินัยเชิงบวกในสถานรองรับเด็ก สังกัดกรมกิจการเด็กและเยาวชน” มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาบทบาทของนักสังคมสงเคราะห์กับการสร้างวินัยเชิงบวกในสถานรองรับเด็ก สังกัดกรมกิจการเด็กและเยาวชน เป็นการศึกษาวิธีวิจัยเชิงปริมาณ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ปฏิบัติงานตำแหน่งนักสังคมสงเคราะห์ และผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ในสถานรองรับเด็ก สังกัดกรมกิจการเด็กและเยาวชน 30 แห่ง จำนวน 92 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยโปรแกรม SPSS โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ วิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างตัวแปรด้วยการหาค่า t-test และ F-test เมื่อพบความต่างจะหาความต่างรายคู่ด้วยวิธีทดสอบเชฟเฟ่ (Scheffe) โดยกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 ผลการวิเคราะห์ มีดังนี้ข้อมูลส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งประกอบด้วย เพศ อายุ ระดับการศึกษา ลักษณะตำแหน่งงาน ระยะเวลาในการทำงานด้านเด็กและเยาวชน พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุ 25-30 ปี มีการศึกษาระดับปริญญาตรี เป็นผู้ปฏิบัติงานตำแหน่งนักสังคมสงเคราะห์ และมีระยะเวลาในการทำงานด้านเด็กและเยาวชน ต่ำกว่า 5 ปี โดยกลุ่มตัวอย่างมีการปฏิบัติเพื่อสร้างวินัยเชิงบวกในสถานรองรับเด็กในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีการปฏิบัติด้านการเป็นแบบอย่างความมีวินัยให้กับเด็กมากที่สุด รองลงมามีการปฏิบัติด้านการแก้ปัญหาด้วยวิธีการเชิงบวก หลีกเลี่ยงการลงโทษ และมีการปฏิบัติด้านการเสริมแรงเมื่อเด็กแสดงพฤติกรรมวินัยเชิงบวกน้อยที่สุดผลการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างข้อมูลส่วนบุคคลกับบทบาทของนักสังคมสงเคราะห์กับการสร้างวินัยเชิงบวก พบว่า ระดับการศึกษาที่ต่างกันมีการปฏิบัติบทบาทของนักสังคมสงเคราะห์กับการสร้างวินัยเชิงบวกในภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และเมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ระดับการศึกษาที่ต่างกันมีการปฏิบัติด้านการเสริมแรงเมื่อเด็กแสดงพฤติกรรมวินัยเชิงบวก การปฏิบัติด้านการแก้ปัญหาด้วยวิธีการเชิงบวกหลีกเลี่ยงการลงโทษ การปฏิบัติด้านการแสดงความไว้วางใจและให้ความรักแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 สำหรับด้านอื่นๆ และตัวแปรเพศ อายุ ลักษณะตำแหน่งงาน และระยะเวลาในการทำงานด้านเด็กและเยาวชนที่แตกต่างกัน มีการปฏิบัติบทบาทของนักสังคมสงเคราะห์กับการสร้างวินัยเชิงบวก ไม่แตกต่างกันทางสถิติ
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2022-04-19
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务