five

‘ชาติ’ ในสำนึกของเยาวรุ่น: ปรากฏการณ์วิทยาว่าด้วยความเป็นชาติตามทัศนะของนักเรียนในพื้นที่การศึกษาไทย

收藏
DataCite Commons2025-08-21 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.489
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
ความเคลื่อนไหวทางการเมืองของเยาวชนและนักเรียนในห้วง พ.ศ.2563 ถูกกล่าวถึงในฐานะหมุดสำคัญของปรากฏการณ์ทางการเมืองร่วมสมัย ขณะเดียวกันความเคลื่อนไหวครั้งนั้นถูกตั้งคำถามต่อ ‘สำนึกรักชาติ’ ของพวกเขาและเธอจากผู้ไม่เห็นด้วย ทำให้เกิดการปะทะทางวาทกรรมระหว่าง ‘ผู้รักชาติ’ และ ‘ผู้ชังชาติ’ นำมาสู่ความสนใจของงานศึกษานี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาและสำรวจการให้ความหมายหรือนิยามคำว่า ‘ชาติ’ ตามทัศนะของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ หรือปริมณฑล และเขตพื้นที่พิเศษ (2) ศึกษาถึงปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อกระบวนการให้ความหมายหรือนิยามคำว่า ‘ชาติ’ ของนักเรียนกลุ่มศึกษา (3) ศึกษาถึงความสอดคล้องหรือการปะทะกันของการให้ความหมายเรื่อง ‘ชาติ’ ระหว่างทัศนะจากระบบการศึกษาและทัศนะที่เกิดจากการให้ความหมายของนักเรียนกลุ่มศึกษา และ (4) ประมวลข้อมูลจากการศึกษาและพัฒนาไปสู่การนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบาย (policy recommendation) สำหรับแนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้เรื่องชาติที่สอดคล้องกับบริบทในปัจจุบัน ซึ่งงานศึกษานี้ให้ความสนใจกับนักเรียนในพื้นที่ชายแดนใต้ในฐานะตัวแทนนักเรียนจากเขตพื้นที่พิเศษ และใช้ปรากฏการณ์วิทยา (Phenomenology) เป็นวิธีวิจัยในการศึกษา ผลการศึกษาพบว่า การให้ความหมายชาติของกลุ่มศึกษาไม่สอดคล้องกับอุดมการณ์ชาติที่ระบบการศึกษาถ่ายทอด นั่นคือ ‘อุดมการณ์ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์’ โดยความหมายชาติที่กลุ่มศึกษาให้ความสำคัญคือ ความเป็นพลเมืองและการดำรงอยู่ของผู้คนกลุ่มต่าง ๆ ที่มีความหลากหลายภายใต้เขตแดนของรัฐ-ชาติ อย่างไรก็ตาม การให้ความหมายชาติมีทั้งจุดร่วมและประเด็นที่ต่างกัน ดังนี้ (1) การให้ความหมายชาติด้วยการเชื่อมโยงความสำคัญกับสถาบันกษัตริย์ (2) การให้ความหมายชาติในมิติที่ให้ความสำคัญต่อ ‘ผู้คนที่หลากหลาย’ อย่างเท่าเทียมกันภายใต้เขตแดนของรัฐ และ (3) การให้ความหมายชาติในฐานะหน่วยทางการปกครองที่อำนวยให้เกิดอรรถประโยชน์ต่อสมาชิกของรัฐ ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อการให้ความหมายดังกล่าวมีความแตกต่างกันตามเงื่อนไขการรับรู้และการเรียนรู้ของนักเรียนแต่ละคน ประกอบด้วย (1) กลุ่มทางการเมือง/กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง (2) เครือข่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ (3) บริบทของพื้นที่ (4) หน่วยระดับโรงเรียน (5) หน่วยระดับครอบครัว (6) คุณลักษณะส่วนตัวของนักเรียน (7) เทคโนโลยีการสื่อสาร งานศึกษานี้ชี้ให้เห็นถึงการให้ความหมายชาติที่มีความลื่นไหลและความไม่คงทนของปัจเจก ซึ่งเป็นผลมาจากความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยโดยเฉพาะกระบวนการโลกาภิวัตน์ ทำให้ความหลากหลายของผู้คนและความขัดแย้งทางความคิดเป็นปรากฏการณ์ปกติที่เกิดขึ้น รวมถึงปัจจัยอื่นที่มีพลวัต เช่น การเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ล้วนส่งอิทธิพลต่อการเรียนรู้และการสร้างสำนึกหรือการให้ความหมายชาติของปัจเจก

佛历2563年(公元2020年)的泰国青年学生政治运动被视为当代政治现象的关键锚点,与此同时,该运动遭到反对者对其「爱国精神」的质疑,引发了「爱国者」与「卖国者」之间的话语对抗,这也成为本研究的关注切入点。本研究旨在达成以下目标:(1) 研究并探析曼谷及周边地区、特别行政区的高中高年级学生对「国家」的意义建构与定义;(2) 探究影响该学生群体建构「国家」意义的各类因素;(3) 分析教育系统所传递的「国家」观念与该学生群体的「国家」意义建构之间的契合与冲突;(4) 整合研究所得数据与成果,提出契合当前语境的国家主题学习活动的政策建议。本研究选取南部边境地区的学生作为特别行政区学生的代表样本,并采用现象学(Phenomenology)作为研究方法。研究结果显示,该学生群体的国家意义建构与教育系统所传递的「国家、宗教、君主」意识形态并不相符,该群体所重视的国家内涵,是公民身份以及生活在国家疆域内的多元群体的存续。不过,该群体的国家意义建构同时存在共通点与分歧点:其一,将国家意义与君主制度相绑定;其二,从强调疆域内「多元民众」平等的维度建构国家意义;其三,将国家视为为国民提供福祉的行政治理单元。而影响该意义建构的因素因学生个体的认知与学习条件而异,具体包括:(1) 政治团体/政治运动组织;(2) 线上平台社交网络;(3) 地域语境;(4) 学校层面单位;(5) 家庭层面单位;(6) 学生个人特质;(7) 传播技术。本研究揭示了个体的国家意义建构具有流动性与不稳定性,这源于时代变迁,尤其是全球化进程使得民众多样性与思想分歧成为常态;同时,其他动态因素如政治、经济与社会因素,均会对个体的国家意义学习与意识建构产生影响。
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-08-21
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务