การโน้มน้าวใจในกลุ่มผู้ใช้บริการและผู้ที่ยังไม่ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส
收藏DataCite Commons2022-04-21 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/CU.the.1999.328
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อสำรวจปัจจัยที่นำไปสู่การโน้มน้าวใจในการมีพฤติกรรมใช้รถไฟฟ้าบีทีเอส และเป็นการศึกษาเปรียบเทียบถึงความคาดหวัง, การเปิดรับสาร, ความรู้ทัศนคติของทั้งสองกลุ่ม ผู้ใช้บริการและผู้ไม่ได้ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส เพื่อให้ได้ข้อมูลเป็นแนวทางในการในการศึกษาแรงจูงใจที่ใช้ในการสื่อสารที่จะทำให้เกิดพฤติกรรมการใช้บริการรถไฟฟ้า เพื่อดำเนินงานแก้ปัญหาการจราจรในกรุงเทพมหานคร โดยกลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ ผู้ใช้บริการและผู้ไม่ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส และใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย t-test ค่าสัมประสิทธิแบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณซึ่งประมวลผลโดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป SPSS ผลการวิจัยพบว่า 1. กลุ่มผู้ใช้บริการและกลุ่มผู้ไม่ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส มีลักษณะประชากรแตกต่างกันด้านระดับการศึกษาและอาชีพ โดยพบว่าส่วนใหญ่กลุ่มผู้ใช้บริการจะมีการศึกษาระดับปริญญาตรีมากกว่าและมีอาชีพนักศึกษา พนักงานกลุ่มเอกชน และอาชีพรับจ้างจะเป็นกลุ่มผู้ไม่ใช้บริการมากกว่า 2. กลุ่มผู้ใช้บริการและผู้ไม่ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส เปิดรับข่าวสารการโน้มน้าวใจเกี่ยวกับรถไฟฟ้าบีทีเอสจากสื่อมวลชน สื่อบุคคล และสื่อเฉพาะกิจ ได้แก่ แผ่นพับ วารสารบีทีเอส และการวิ่งสาธิตไม่ต่างกัน 3. กลุ่มผู้ใช้บริการและกลุ่มผู้ไม่ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส มีความรู้เกี่ยวกับรถไฟฟ้าบีทีเอสแตกต่างกัน โดยกลุ่มผู้ใช้บริการจะมีความรู้เกี่ยวกับรถไฟฟ้าบีทีเอสมากกว่าผู้ไม่ได้ใช้ 4. กลุ่มผู้ใช้บริการและกลุ่มผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสมีทัศนคติต่อรถไฟฟ้าบีทีเอสแตกต่างกัน โดยผู้ใช้บริการจะมีทัศนคติต่อรถไฟฟ้าบีทีเอสดีกว่าผู้ไม่ใช้บริการ 5. กลุ่มผู้ใช้บริการและกลุ่มผู้ไม่ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสมีความคาดหวังต่อรถไฟฟ้าบีทีเอสไม่แตกต่างกันโดยคาดหวังให้มีการเพิ่มเส้นทางให้มากขึ้น ขยายเส้นทางสู่ชานเมือง ลดอัตราค่าบริการลง เพิ่มความสะดวกในการขึ้นลงสถานี 6. ปัจจัยในการโน้มน้าวใจให้มีพฤติกรรมใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส คือ ความสะดวกรวดเร็ว คำนวณเวลาในการเดินทางได้แน่นอน ความสะอาด ปลอดภัย การได้รับการจูงใจจากโฆษณาประชาสัมพันธ์และจากบุคคลอื่น โดยมีราคาค่าบริการเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการใช้บริการน้อยที่สุด
本研究旨在探究影响曼谷集体运输系统(Bangkok Mass Transit System, BTS)电动列车使用行为的说服性影响因素,并对比分析BTS使用者与非使用者的期望、接受度及认知态度,以期为制定促进BTS使用的传播策略提供数据参考,助力解决曼谷市交通拥堵问题。本研究共招募400名受访者,划分为BTS使用者与非使用者两组,以问卷作为数据收集工具;数据分析采用频率分布、百分比、均值、t检验、皮尔逊相关系数及多元回归分析,所有统计运算均由商用统计软件SPSS完成。研究结果如下:1. BTS使用者与非使用者的人口统计学特征在教育程度与职业维度存在显著差异:使用者群体以本科及以上学历人群为主,职业多为学生;而非使用者群体则以私营企业员工、合同制雇员居多。2. 两组群体获取BTS相关说服性信息的渠道无显著差异,均可通过大众媒体、人际传播及特定活动渠道(如宣传手册、BTS官方期刊、试运行活动)获取相关资讯。3. 两组群体对BTS的认知水平存在显著差异,使用者对BTS的认知程度显著高于非使用者。4. BTS使用者与非使用者对BTS的态度存在显著差异,使用者对BTS的整体态度显著优于非使用者。5. 两组群体对BTS的期望无显著差异,均期望BTS能够增设运营线路、将线路延伸至郊区、降低乘车票价及提升车站乘车便利性。6. 影响个体被说服使用BTS电动列车的因素包括出行便捷性、行程时间可预测性、乘车环境整洁度、出行安全性,以及广告宣传与他人推荐带来的说服效果;其中乘车票价为影响程度最低的因素。
提供机构:
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
创建时间:
2022-04-21



