five

มุมมองของผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการฝึกอบรมทักษะแก่ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ด้านเพศที่เดินทางกลับมาประเทศไทย

收藏
DataCite Commons2024-01-02 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.1508
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
การศึกษาวิจัย มุมมองของผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการฝึกอบรมทักษะแก่ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ด้านเพศที่เดินทางกลับมาประเทศไทย เป็นการใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research ) มีวัตถุประสงค์ (1) ศึกษาปัญหาส่งสร้างทักษะของผู้เสียหายหญิงไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ และ (2) เสนอแนะแนวทางการแก้ไขเกี่ยวกับการส่งสร้างทักษะแก่ผู้เสียหายหญิงไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ โดยใช้การศึกษาจากเอกสาร (Documentary Research) การเก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-Depth Interview) ผ่านการสัมภาษณ์แบบออนไลน์ (Online Interview) กับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรเอกชนและนักวิชาการที่เป็นหน่วยงานและบุคคลทำงานส่งเสริมทักษะอาชีพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ โดยมีหน่วยงานภาครัฐ จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ 1) กองต่อต้านการค้ามนุษย์ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 2) สถานคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์บ้านเกร็ดตระการจังหวัดนนทบุรี และ 3) กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน องค์กรเอกชน จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ 1) มูลนิธิฟอร์ฟรีด้อมอินเตอร์เนชั่นนอล (For Freedom International) 2) มูลนิธิศูนย์ธารชีวิตเพื่อสตรี (มูลนิธิคณะศรีชุมพาบาล) และ 3) องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่น (IOM) ประเทศไทย โดยแบ่งกลุ่มตัวอย่างเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่ 1 คือ หน่วยงานที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องโดยตรงเกี่ยวกับการส่งเสริมอาชีพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ จำนวนองค์กรละ 2 คน (แบ่งเป็นบุคลากรระดับบริหาร 1 ท่าน และบุคลากรประสานงานฝ่ายพัฒนาอาชีพ รวมถึงสหวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง 1 ท่าน) รวมทั้งสิ้น 12 ท่าน และ กลุ่มที่ 2 คือ นักวิชาการ หรือ ผู้เชี่ยวชาญ ที่ศึกษาเกี่ยวกับการส่งเสริมอาชีพกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง กลุ่มเป้าหมายเฉพาะคือ ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ รวมทั้งสิ้นจำนวน 3 ท่าน ดังนั้นจะมีกลุ่มตัวอย่างจาก 6 องค์กร และ 3 นักวิชาการ จำนวน 3 ท่าน รวมทั้งสิ้น 15 ท่าน ผลการศึกษาพบว่า มุมมองและการทำงานของผู้ปฏิบัติงานต่อการส่งเสริมทักษะอาชีพแก่ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ด้านเพศที่เดินทางกลับมาประเทศไทย หน่วยงานที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องโดยตรงเกี่ยวกับการส่งเสริมอาชีพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ทั้งในระดับบริหารและบุคลากรประสานงานฝ่ายพัฒนาอาชีพ รวมถึงสหวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง มีการดำเนินโครงการส่งเสริมทักษะอาชีพแก่กลุ่มผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์และกลุ่มเปราะบางที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยในส่วนของขั้นตอนการดำเนินโครงการการสำรวจด้านอาชีพ การเตรียมความพร้อมด้านอาชีพทั้งก่อนและหลังกระบวนการส่งเสริมทักษะอาชีพ ในแต่ละหน่วยงานจะมีแนวทางและลักษณะการจัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะอาชีพที่แตกต่างกันออกไป และทุกหน่วยงานมีการทำงานเชิงบูรนาการการทำงานร่วมกันในลักษณะของเครือข่ายเพื่อพัฒนาแนวทางการทำงานส่งเสริมอาชีพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ในประเทศไทยวัตถุประสงค์ข้อที่ 1) ปัญหาส่งเสริมทักษะของผู้เสียหายหญิงไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศจากมุมมองและการทำงานของผู้ปฏิบัติงานต่อการส่งเสริมทักษะอาชีพแก่ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ด้านเพศที่เดินทางกลับมาประเทศไทย หน่วยงานที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องโดยตรงเกี่ยวกับการส่งเสริมอาชีพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ พบว่า หน่วยงานแต่ละแห่งพบเจอปัญหาการส่งเสริมทักษะอาชีพแก่ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ไปในทิศทางเดียวกัน นอกเหนือจากนี้ แต่ละหน่วยงานยังมีขั้นตอนการสำรวจความต้องการทางด้านอาชีพเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ให้ตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการการส่งเสริมทักษะอาชีพ อย่างไรก็ตาม แต่ละหน่วยงานยังพบว่า อาชีพที่จัดให้มีการฝึกอบรมยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้เสียหายได้ และอาชีพเหล่านี้ไม่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยอาชีพที่จัดให้มีทั้งภายในหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานพัฒนาเอกชนนั้นมีอาชีพพื้นฐานที่คล้ายกัน คือ การทำเสริมสวย การนวดแผนไทย และการทำเบเกอรี่ เป็นต้นวัตถุประสงค์ข้อที่ 2) แนวทางการแก้ไขเกี่ยวกับการส่งเสริมทักษะแก่ผู้เสียหายหญิงไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศจากมุมมองและการทำงานของผู้ปฏิบัติงานต่อการส่งเสริมทักษะอาชีพแก่ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ด้านเพศที่เดินทางกลับมาประเทศไทย พบว่า ข้อเสนอแนะสามารถจำแนกออกเป็น 2 มุมมอง คือ 1. มุมมองการทำงานเชิงองค์กร และ 2. มุมมองการทำงานร่วมกับผู้เสียหาย ซึ่งมุมมองการทำงานเชิงองค์กรจำเป็นต้องมีการบูรณาการการทำงานร่วมกันซึ่ง จากการศึกษาพบว่า ในประเทศไทยมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและหน่วยงานพัฒนาเอกชนบูรณาการการทำงานส่งเสริมทักษะอาชีพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์บ้างแล้วนั้น แต่เนื่องจากประเทศไทยมีหน่วยงานภายในประเทศที่ทำงานเกี่ยวกับประเด็นการค้ามนุษย์และการส่งเสริมทักษะผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ที่ยังต้องดึงให้เข้ามามีส่วนร่วมเพื่อยกระดับการทำงานและขยายขอบเขตการทำงานการส่งเสริมทักษะอาชีพแก่ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ นอกเหนือจากนั้น จากการศึกษาพบว่า มุมมองการทำงานร่วมกับผู้เสียหาย ควรให้ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์เข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบโครงการส่งเสริมทักษะอาชีพที่นอกเหนือจากการวางแผนอาชีพร่วมกับนักสหวิชาชีพเท่านั้น แต่ในแง่มุมของการถอดบทเรียนเพื่อนำมาประยุกต์เพื่อขยายข้อจำกัดการทำงานด้านการส่งเสริมทักษะอาชีพแก่ผู้เสียหายถือเป็นแนวทางการทำงานใหม่ที่ยังไม่มีการศึกษาและนำมาประยุกต์ใช้ ข้อเสนอแนะจากผลการศึกษามีดังนี้ 1) สนับสนุนและกระตุ้นการทำงานที่เน้นความเป็นศูนย์กลางโดยมีการมองภาพรวมการทำงานของทั้งประเทศของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 2) สนับสนุนและกระตุ้นการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาคพัฒนาเอกชนและการมีส่วนร่วมของผู้เสียหายโดยให้ส่วนร่วมในการสนับสนุนการดูแลกลุ่มผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศและประสงค์รับความช่วยเหลือทางจากหน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานพัฒนาเอกชน 3) ส่งเสริมระบบการส่งต่อเพื่อดูแลผู้เสียหายให้มีความต่อเนื่อง เนื่องมาจากส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานจะเป็นเจ้าหน้าที่แบบชั่วคราว ส่วนเจ้าหน้าที่ที่อยู่ถาวรที่มีจำนวนน้อยส่งผลให้การดูแลผู้เสียหายรายกรณีจะไม่ต่อเนื่อง 4) การจัดการบำบัดเฉพาะกลุ่ม และต้องแยกกลุ่มจากแรงานด้านอื่นอย่างชัดเจน 5) เพิ่มความรวดเร็วในการจัดหาทรัพยากรในการให้การสนับสนุนผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ทั้งด้านเงินทุนหรือทรัพยากรอื่น ๆ 6) เพิ่มและพัฒนาขีดความสามารถผู้จัดการรายกรณี (Case Manager) ด้านการคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์และด้านการทำกระบวนการแรกรับให้มีความเชี่ยวชาญ 7) ศึกษาความต้องการด้านอาชีพและจัดหาโปรแกรมการพัฒนาทักษะทางด้านอาชีพ ให้ตรงกับความต้องการของผู้เสียหาย

本研究为质性研究(Qualitative Research),聚焦探讨一线从业者对赴海外后归国的性交易人口贩运受害者的技能培训相关看法。本研究旨在达成两大目标:(1)调研归国泰国女性贩运受害者的技能赋能现存问题;(2)针对归国泰国女性贩运受害者的技能赋能工作提出改进路径。研究采用文献研究(Documentary Research)与深度访谈(In-Depth Interview)法,通过线上访谈的形式,对接参与贩运受害者职业技能赋能工作的政府部门、民间组织及学术人员。 本次调研的受访机构包括3家政府部门:1)社会发展与人类安全部反人口贩运局;2)暖武里府班格特特贩运受害者保护所;3)劳动部技能发展局。同时纳入3家民间组织:1)自由国际基金会(For Freedom International);2)生命泉妇女中心基金会(斯里春巴芭基金会);3)国际移民组织(IOM)。此外纳入3名研究特定目标群体(即人口贩运受害者)职业赋能的学者/专家。受访样本分为两组:第一组为直接参与贩运受害者职业赋能工作的机构人员,每家机构招募2名受访者(含1名管理人员与1名职业发展协调员/相关专业人员),合计12人;第二组为相关领域的学者与专家,合计3人,最终总受访样本为6家机构的15名人员。 研究结果显示,一线从业者(含管理人员、职业发展协调员及相关专业人员)针对贩运受害者及脆弱群体开展的职业技能赋能项目方向一致,但各机构在职业需求调研、技能培训前后的职业准备流程上,活动设计各有差异;所有受访机构均通过构建网络化协作模式整合工作,以优化泰国境内贩运受害者职业赋能的整体工作体系。 针对目标(1)的调研结果:各机构在为归国泰国女性贩运受害者提供技能赋能时,均面临共性的现存问题。尽管各机构均会开展职业需求调研以匹配服务对象的实际需求,但当前开设的培训职业类型无法契合受害者的真实需求,且所学技能难以落地应用;政府部门与民间机构开设的基础职业高度重合,多涵盖美容、泰式按摩、烘焙等品类。 针对目标(2)的调研结果:改进建议可分为两大视角:1)机构工作视角,2)与受害者协作视角。从机构工作视角来看,泰国已有部分政府与民间机构开展了贩运受害者技能赋能的整合工作,但仍需吸纳更多国内相关机构参与其中,以提升整体工作质量并扩大服务覆盖范围,尤其是针对归国海外的贩运受害者群体。从与受害者协作视角来看,应让贩运受害者深度参与技能培训项目的设计环节,而非仅与专业人员共同规划职业路径;此外,从实践工作中提炼经验以优化技能赋能的现存局限,仍是尚未被充分研究与应用的创新工作模式。 基于研究结果,本次调研提出如下改进建议:1)支持并推动以全国统筹视角整合相关机构的工作,打造中心化的工作模式;2)支持并推动民间发展机构与受害者的参与,让其参与到为归国海外并寻求政府/民间机构援助的贩运受害者的照料工作中;3)建立持续的贩运受害者转介照料体系,当前多数机构工作人员为临时聘用人员,正式在编人员稀缺,导致个案照料缺乏持续性;4)实施针对性的群体干预,并与其他工作领域明确划分边界;5)加快筹措资金及其他各类资源,以支持贩运受害者的相关帮扶工作;6)提升个案管理员(Case Manager)在贩运受害者甄别与接待流程方面的专业能力;7)开展精准的职业需求调研,开发契合受害者实际需求的职业技能发展项目。
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2024-01-02
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务