five

ความสอดคล้องของมาตรการคุ้มครองเด็กปฐมวัยจากของเล่นไม่ปลอดภัยภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ข้อ 19 (1)

收藏
DataCite Commons2023-09-19 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.642
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ให้ทราบวิวัฒนาการของสิทธิที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองเด็กปฐมวัยภายใต้หลักสากลโดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ค.ศ.1989 ข้อ 19 (1) 2. ปรับใช้ทฤษฎีการคุ้มครองเด็กปฐมวัยจากของเล่นไม่ปลอดภัยในประเทศไทยภายใต้หลักสากลโดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ค.ศ.1989 ข้อ 19 (1) 3. พิจารณาความสอดคล้องของการปรับใช้ทฤษฎีการคุ้มครองเด็กปฐมวัยจากของเล่นไม่ปลอดภัยในประเทศไทย และ 4. จัดทำข้อเสนอแนะในเบื้องต้นให้กฎหมายไทยสามารถปรับใช้ได้อย่างสอดคล้องกับพันธกรณีภายใต้หลักสากลโดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ค.ศ.1989 ข้อ 19 (1) วิธีดำเนินการวิจัยเป็นการศึกษาในเชิงคุณภาพ ด้วยการศึกษาแนวคิดในการคุ้มครองสิทธิเด็กปฐมวัยจากอนุสัญญาว่าสิทธิเด็ก ข้อ 19 (1) ศึกษากฎหมายที่ควบคลุมมาตรฐานของเล่นจากสหภาพยุโรป กลุ่มประเทศความร่วมมือแห่งอ่าวอาหรับ ประเทศสหราชอาณาจักร ประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งประเทศไทยด้วย ผลการวิจัย สรุปได้ดังนี้1. วิวัฒนาการในการคุ้มครองเด็กปฐมวัยมีวิวัฒนาการมาตั้งแต่สมัยโบราณจนมาถึงปัจจุบันที่ให้ความสำคัญในเรื่องศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ซึ่งกลายมาเป็นพื้นฐานของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ค.ศ.1989 ที่มุ่งคุ้มครองเด็กปฐมวัยจากความรุนแรงทุกรูปแบบ2. การปรับใช้ทฤษฎีการคุ้มครองเด็กปฐมวัยจากของเล่นไม่ปลอดภัยในประเทศไทยภายใต้หลักอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ค.ศ.1989 ข้อ 19 (1) ซึ่งกำหนดให้ประเทศไทยในฐานะรัฐภาคีจะต้องสร้างมาตรการเพื่อคุ้มครองเด็กปฐมวัยจากของเล่นไม่ปลอดภัยซึ่งถือว่าเป็นความรุนแรงที่เกิดกับเด็กปฐมวัยอีกรูปแบบหนึ่ง 3. ความสอดคล้องของการปรับใช้ทฤษฎีการคุ้มครองเด็กปฐมวัยจากของเล่นไม่ปลอดภัยในประเทศไทย อยู่บนหลักการที่ว่าการปล่อยปละละเลย (Neglect) ให้เด็กปฐมวัยเล่นของเล่นไม่ปลอดภัยถือเป็นความรุนแรงรูปแบบหนึ่งที่ประเทศไทยจะต้องสร้างมาตรการในการคุ้มครองเด็กปฐมวัยตามความในข้อ 19 (1) แห่งอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ค.ศ.19894. ข้อเสนอแนะในการปรับใช้กฎหมายไทยให้สอดคล้องกับความในข้อ 19 (1) แห่งอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ค.ศ.1989 มีดังต่อไปนี้ 4.1 มีคณะกรรมการกำกับมาตรฐานของเล่นที่เชี่ยวชาญทั้งทางด้านจิตวิทยา วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์จะส่งผลให้การตรากฎหมายเพื่อคุ้มครองเด็กปฐมวัยจากของเล่นไม่ปลอดภัยในประเทศไทยเกิดประสิทธิภาพ 4.2 การบูรณาการศาสตร์ทางด้านจิตวิทยา วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ในการตรากฎหมายกำกับมาตรฐานของเล่นเพื่อคุ้มครองเด็กปฐมวัยจากของเล่นไม่ปลอดภัยทั้งทางด้านร่างกาย ความคิดและพฤติกรรม 4.3 การควบคุมและตรวจสอบของเล่นด้วยเกณฑ์ที่หลากหลายทั้งทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และจิตวิทยาที่สามารถรับประกันได้ว่าของเล่นที่ผ่านการตรวจสอบแล้วมีความปลอดภัย 4.4 การมีองค์กรคอยเฝ้าระวังกำกับและติดตามมาตรฐานของเล่นทั้งก่อนและหลังการวางจำหน่ายของเล่นในท้องตลาดที่หลากหลายควบคู่กันโดยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับของเล่นต่อกันอย่างสม่ำเสมอ

本研究旨在达成以下四项目标:1. 明晰全球框架下,尤其是1989年《儿童权利公约》(Convention on the Rights of the Child)第19条第1款所确立的幼儿权益保护相关规则的演进历程;2. 在全球框架下,尤其是前述1989年公约第19条第1款的指引下,适配泰国针对不安全玩具的幼儿保护理论;3. 审视泰国落实不安全玩具幼儿保护理论的契合性;4. 初步提出优化建议,以推动泰国国内法律与全球框架,尤其是1989年《儿童权利公约》第19条第1款的要求相适配。 研究方法采用质性研究路径:首先梳理1989年《儿童权利公约》第19条第1款所确立的幼儿权益保护理念,随后研究涵盖欧盟、海湾阿拉伯国家合作委员会、英国、日本及泰国本国的玩具监管标准相关法律法规。 研究结论总结如下:1. 幼儿权益保护的发展历程可追溯至古代,直至当代愈发重视人类尊严,这一理念成为1989年《儿童权利公约》的核心基础,该公约旨在全方位保护幼儿免受各类暴力侵害。2. 在1989年《儿童权利公约》第19条第1款的框架下落实泰国不安全玩具幼儿保护理论:前述条款要求作为缔约国的泰国需制定相关措施,保护幼儿免受不安全玩具的侵害,而不安全玩具可被视为幼儿遭受暴力的另一类形式。3. 泰国落实不安全玩具幼儿保护理论的契合性,基于如下原则:放任幼儿接触不安全玩具的疏忽(Neglect)行为,属于暴力的一种形式,泰国需依据1989年《儿童权利公约》第19条第1款的要求,制定保护幼儿的相关措施。4. 为推动泰国法律与前述公约第19条第1款要求相适配,提出如下建议: 4.1 设立涵盖心理学、科学与工程学领域专家的玩具标准监管委员会,可提升泰国针对不安全玩具的幼儿保护法律实施效能; 4.2 整合心理学、科学与工程学学科知识,用于玩具监管标准的立法工作,以从身体、心理及行为层面全方位保护幼儿免受不安全玩具的侵害; 4.3 采用多维度标准(涵盖工程学、科学与心理学维度)对玩具进行管控与核验,确保通过核验的玩具具备安全性; 4.4 建立多元化的监管监测机制,在玩具上市前后对其标准进行全程监管与跟踪,并持续开展玩具相关信息的互通共享。
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-09-19
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务