ค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายทางจิตในกรณีเป็นผู้เสียหายโดยอ้อม
收藏DataCite Commons2024-09-11 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2023.580
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การค้นคว้าอิสระนี้มุ่งศึกษาสิทธิในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายทางจิตใจในกรณีที่ผู้เสียหายเป็นเพียงผู้เสียหายโดยอ้อม (กล่าวคือ บุคคลซึ่งมิได้เป็นผู้ถูกกระทำละเมิดโดยตรง) และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเข้ารับการรักษาพยาบาลและฟื้นฟูจิตใจอย่างต่อเนื่อง โดยศึกษาข้อจำกัดในกฎหมายไทยในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายทางจิตใจที่ผู้เสียหายโดยอ้อมได้รับ ผลการศึกษาพบว่ากฎหมายไทยมีข้อจำกัดในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายทางจิตใจ เนื่องจากกฎหมายให้เรียกร้องค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวเฉพาะกรณีที่ความเสียหายอันเกิดขึ้นนั้นได้รับการระบุไว้เป็นพิเศษในบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เท่านั้น ซึ่งปรากฎใน มาตรา 446 อันเป็นบทบัญญัติที่กำหนดค่าเสียหายในกรณีที่ทำให้เสียหายแก่ร่างกาย อนามัย หรือเสรีภาพ และศาลมักตีความว่าไม่มีบทบัญญัติที่ให้อำนาจศาลในการให้ค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายทางจิตใจในกรณีอื่นเป็นการทั่วไป นอกจากนี้เฉพาะผู้เสียหายโดยตรงเท่านั้นที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายทางจิตใจ กฎหมายมิได้ให้สิทธิผู้เสียหายโดยอ้อมเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวได้เลย เช่น กรณีที่บุคคลได้รับความเสียหายทางจิตใจจากการที่ได้เห็นเหตุการณ์ที่ผู้เสียหายโดยตรงถูกกระทำละเมิด การค้นคว้าอิสระนี้จึงเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขข้อจำกัดข้างต้นในกฎหมายไทย ประการแรก เสนอแนะว่าควรตีความมาตรา 446 วรรคหนึ่งแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ในลักษณะที่ว่าความเสียหายแก่ “อนามัย” มีความหมายครอบคลุมถึงการทำให้ทนทุกข์ทรมาน ไม่สามารถรับรู้รส กลิ่น เสียงได้เหมือนเดิมหรือการทำให้เสื่อมเสียสุขภาพ ทำนองเดียวกับที่ได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดที่เกิดขึ้นจากสินค้าไม่ปลอดภัย พ.ศ.2551 นอกจากนี้ควรตีความว่ากระทำละเมิดที่ก่อให้เกิดสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายทางจิตใจนั้นครอบคลุมถึงกรณีการกระทำละเมิดเป็นการทั่วไปตามมาตรา 420 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งครอบคลุมถึงการกระทำละเมิดต่อ “สิทธิอย่างหนึ่งอย่างใด” อันเป็น “สิทธิเด็ดขาด” หากยึดถือแนวทางการตีความเช่นนี้ผู้เสียหายซึ่งได้รับความเสียหายทางจิตใจย่อมได้รับการเยียวยา ส่วนข้อจำกัดเกี่ยวกับการเป็น “ผู้เสียหายโดยอ้อม” นั้น การค้นคว้าอิสระนี้เสนอแนะว่าผู้เสียหายโดยอ้อมควรมีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายทางจิตใจด้วย แต่ควรกำหนดหลักเกณฑ์ว่า “ผู้เสียหายโดยอ้อม” ต้องเป็นผู้ที่มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดกับผู้ถูกกระทำละเมิดโดยตรง โดยต้องเป็นบิดามารดา บุตร สามีภริยา ญาติ หรือเพื่อนที่ใกล้ชิดของผู้ถูกกระทำละเมิดโดยตรง การกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างผู้ถูกกระทำละเมิดโดยตรงและผู้เสียหายโดยอ้อมสอดคล้องกับบทนิยาม “ผู้เสียหาย” ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 อีกด้วย นอกจากนี้ผู้เสียหายโดยอ้อมต้องเป็นบุคคลที่มีสภาวะจิตใจที่แข็งแกร่งตามปกติ และยังต้องเป็นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์การกระทำละเมิดหรือได้ทราบถึงเหตุการณ์การกระทำละเมิดทันทีหลังจากที่เหตุการณ์นั้นได้เกิดขึ้นอีกด้วย ในการนี้สาระที่ได้เสนอแนะดังกล่าวอาจนำไปบัญญัติเป็นกฎหมาย โดยเพิ่มบทบัญญัติใหม่ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งอาจปรากฏเป็นมาตรา 446/1
本项独立学术研究旨在探讨间接被害人(即未直接遭受侵权行为的主体)的精神损害赔偿请求权,此类间接被害人需持续承担精神诊疗与康复的相关费用。研究聚焦泰国法律中针对间接被害人所受精神损害的赔偿请求所存在的限制。
研究结果显示,泰国法律对精神损害赔偿请求存在严格限制:仅当侵害导致身体、健康或自由受损,且该情形被《泰国民法典与商法典(Civil and Commercial Code of Thailand)》第446条专门列明时,方可支持此类赔偿请求。法院通常认定,不存在可支撑一般性精神损害赔偿的其他立法条款,且仅直接被害人有权获得精神损害赔偿,间接被害人无权提出此类赔偿请求。例如,当某人因亲眼目睹直接被害人遭受侵权而产生精神损害时,便无法获得相应赔偿。
据此,本研究提出了修正泰国法律现有限制的两项路径:其一,建议对《泰国民法典与商法典》第446条第1款中的“健康”一词作出扩张解释,将精神痛苦、感官功能减退或丧失、健康状况恶化等情形纳入其涵盖范围,参考佛历2551年(公元2008年)《不安全产品损害责任法》的相关规定。同时,应明确引发精神损害赔偿请求的侵权行为,应涵盖《泰国民法典与商法典》第420条所规定的、针对“任何绝对权利”的一般性侵权情形。按照此种解释路径,遭受精神损害的被害人将能够获得相应救济。
其二,针对“间接被害人”的资格限制,本研究建议间接被害人也应享有精神损害赔偿请求权,但需设定如下严格要件:第一,与直接被害人存在密切亲属或社会关系,包括父母、子女、配偶、亲属或直接被害人的亲密友人;第二,该密切关系的认定标准应与佛历2565年(公元2022年)《反酷刑及人口贩运法》第3条中“被害人”的定义保持一致;第三,间接被害人需心智正常,且必须身处侵权行为发生当场,或在侵权行为发生后立即知晓该事件。
上述建议可通过在《泰国民法典与商法典》中新增第446/1条的方式,以正式立法形式予以落实。
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2024-09-11



