ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้ออาหารจากพืชของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
收藏DataCite Commons2023-06-29 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.266
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
Plant-based Food หรือ อาหารจากพืช เป็นหนึ่งในอาหารแห่งอนาคต ซึ่งกําลังได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสําคัญกับสุขภาพมากขึ้น ตระหนักถึงสวัสดิภาพของสัตว์และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงในปัจจุบันมีกลุ่มผู้บริโภคแบบ Flexitarian เพิ่มมากขึ้น โดยพบว่าตลาดอาหารจากพืชทั่วโลกในปี 2564 มีมูลค่ากว่า 20,005 ล้านดอลลาร์และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสําหรับตลาดอาหารจากพืชในประเทศไทยในปี 2564 มีมูลค่า 16,578 ล้านบาท ซึ่งถือว่ามีมูลค่าตลาดที่สูงถึงแม้แนวโน้มการเติบโตจะไม่ชัดเจนเท่าตลาดโลกก็ตามผู้วิจัยได้ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้ออาหารจากพืชของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยใช้ปัจจัยในด้านส่วนประสมทางการตลาดทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ปัจจัยในด้านผลิตภัณฑ์ ปัจจัยในด้านราคา ปัจจัยในด้านช่องทางการจัดจําหน่ายและปัจจัยในด้านการส่งเสริมการขาย รวมถึงปัจจัยในด้านประชากรศาสตร์ ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และ รายได้เฉลี่ยต่อเดือน โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ ผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่เคยซื้อหรือรับประทานอาหารจากพืช โดยสํารวจข้อมูลผ่านการแจกแบบสอบถาม ออนไลน์ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้ออาหารจากพืชของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจากมากไปน้อย ได้แก่ ปัจจัยด้านการส่งเสริมการตลาด ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ ปัจจัยด้านราคาและความหลากหลายของสินค้า ปัจจัยด้านช่องทางการจัดจําหน่าย และปัจจัยด้านฉลากและชื่อเสียงของบริษัท สําหรับปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ พบว่าอายุ อาชีพ และรายได้เฉลี่ยต่อเดือนที่แตกต่างกันส่งผลต่อการตัดสินใจซื้ออาหารจากพืชของผู้บริโภคในเขต กรุงเทพมหานครและปริมณฑลแตกต่างกัน โดยกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุตั้งแต่ 31 ปีขึ้นไป มีแนวโน้มการตัดสินใจเลือกซื้ออาหารจากพืชมากกว่ากลุ่มตัวอย่างที่มีอายุไม่เกิน 30 ปี และกลุ่มตัวอย่างที่มีอาชีพพนักงานบริษัทเอกชน ข้าราชการ อาชีพอิสระ รัฐวิสาหกิจและธุรกิจส่วนตัวนั้น มีแนวโน้มการตัดสินใจเลือกซื้ออาหารจากพืชมากกว่ากลุ่มตัวอย่างที่มีอาชีพนักเรียนหรือนักศึกษา และกลุ่มตัวอย่างที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนตั้งแต่ 20,001 บาทขึ้นไป มีแนวโน้มการตัดสินใจเลือกซื้ออาหารจากพืชมากกว่ากลุ่มตัวอย่างที่มีรายได้น้อยกว่าประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัยครั้งนี้ คือ ผู้ประกอบการสามารถนําข้อมูลจากผลงานวิจัยที่ได้ไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคและตรงกับกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการวางแผนปรับปรุงกลยุทธ์ทางการตลาดให้มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับ ธุรกิจต่อไป
植物基食品(Plant-based Food)作为未来食品之一,正日益受到消费者青睐且需求持续攀升。这一趋势源于消费者愈发重视健康、意识到动物福利与环境影响,同时弹性素食者(Flexitarian)群体也在不断扩大。数据显示,2021年(佛历2564年)全球植物基食品市场规模超200.05亿美元,且呈现持续增长态势;泰国2021年植物基食品市场规模达165.78亿泰铢,尽管其增长趋势不及全球市场那般显著。
本研究聚焦曼谷及周边地区消费者,探究影响其植物基食品购买决策的各类因素。研究采用4大市场营销组合维度,即产品因素、价格因素、分销渠道因素、促销因素,外加人口统计学维度,包括性别、年龄、受教育程度、职业与月均收入。研究样本为曾购买或食用过植物基食品的曼谷及周边地区消费者,通过线上问卷收集调研数据。
研究结果显示,对曼谷及周边地区消费者的植物基食品购买决策影响从高到低依次为:促销营销因素、产品因素、价格与产品多样性因素、分销渠道因素,以及企业品牌与标签因素。人口统计学维度方面,年龄、职业与月均收入的差异会显著影响该地区消费者的植物基食品购买决策:年龄31岁及以上的消费者,其购买植物基食品的决策倾向高于30岁及以下群体;企业员工、公务员、自由职业者、国有企业员工及个体经营者群体,其购买决策倾向高于学生群体;月均收入20001泰铢及以上的群体,购买决策倾向高于低收入群体。
本研究的应用价值在于:企业可依托本研究成果优化产品,以契合消费者需求与目标客群,同时制定高效适配的市场营销策略以支撑后续业务发展。
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-06-29



