five

การตรวจสอบและควบคุมมาตรฐานทางจริยธรรมของตำรวจไทย

收藏
DataCite Commons2023-06-14 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.249
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
ดุษฎีนิพนธ์เล่มนี้มีแบบการวิจัย 3 แบบ ได้แก่ การวิจัยเอกสาร การวิจัยเชิงคุณภาพ และวิจัยเชิงปริมาณ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ (1) เพื่อศึกษาการตรวจสอบและควบคุมมาตรฐานทางจริยธรรมของตำรวจไทย (2) เพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบหลักการและแนวคิดในการตรวจสอบและควบคุมมาตรฐานทางจริยธรรมของตำรวจในมาตรการด้านกฎหมายของประเทศไทย ประเทศอังกฤษ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และประเทศญี่ปุ่น และ (3) เพื่อนำเสนอมาตรการในการตรวจสอบและควบคุมมาตรฐานทางจริยธรรมของตำรวจไทย ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ผู้ให้ข้อมูล จำนวนทั้งสิ้น 46 คน คัดเลือกมาแบบเจาะจง เครื่องมือวิจัยได้แก่ แบบบันทึก แบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง และแบบประเมิน การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ใช้การวิเคราะห์เนื้อหา การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ โดยการคำนวณค่าความสอดคล้องของข้อคำถามกับประเด็นที่ต้องการศึกษา ผลการศึกษาครั้งนี้ พบว่า ตำรวจมีปัญหาทางจริยธรรม ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมจริยธรรมตำรวจ ได้แก่ การควบคุมในระดับบุคคล การตรวจสอบและควบคุมมาตรฐานทางจริยธรรมของตำรวจในระดับองค์กรและภายนอกองค์กร ระบบควบคุมภายในเป็นเครื่องมือสำคัญของการตรวจสอบและควบคุมมาตรฐานทางจริยธรรมของตำรวจ แต่ประชาชนไม่ไว้ใจในกระบวนการจัดการข้อร้องเรียน ดังนั้น การควบคุมภายนอกจึงมีความจำเป็นผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบมาตรการด้านกฎหมายของประเทศไทย ประเทศอังกฤษ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และประเทศญี่ปุ่น พบว่า มาตรการที่ใช้มีความเหมือนกันบางประการ ดังนี้ 1) แนวคิดและหลักการของมาตรฐานทางจริยธรรมของตำรวจ เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย และมุ่งที่ผลประโยชน์ของส่วนรวม 2) เนื้อหาของมาตรฐานทางจริยธรรม ประมวลจริยธรรม และกฎหมายพื้นฐาน กล่าวถึงกรอบของพฤติกรรมทางจริยธรรมที่ดีของเจ้าหน้าที่รัฐหรือตำรวจ 3) กลไกการกำกับดูแลมาตรฐานทางจริยธรรม มีระบบความสำนึกรับผิดชอบตามสายการบังคับบัญชา และการกำกับดูแลจากภายนอกองค์กร 4) การเปิดโอกาสให้ประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ทำการร้องทุกข์ ร้องเรียนได้ และ 5) ผู้ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมจะได้รับโทษทางวินัยแต่ไม่รุนแรง นอกจากนี้ยังพบว่ามาตรการด้านกฎหมายมีความแตกต่างกันบางประการ ได้แก่ 1) องค์ประกอบในประมวลจริยธรรมของประเทศอังกฤษและเวลส์ มีความครอบคลุมมากที่สุด 2) การรายงานการกระทำความผิดของตนเอง ปรากฎเฉพาะในประมวลจริยธรรมของประเทศอังกฤษและเวลส์ 3) ประเทศไทยไม่มีคณะกรรมการฝ่ายพลเรือนตามกฎหมาย ในการทบทวนข้อร้องเรียนตำรวจ และ 4) กฎหมายพื้นฐานของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี บัญญัติให้หน่วยงานต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่รัฐที่ละเมิดหน้าที่ราชการร่วมรับผิดด้วย ข้อเสนอแนะสำหรับมาตรการในการตรวจสอบและควบคุมมาตรฐานทางจริยธรรมของตำรวจไทย มีดังนี้ 1) ปรับปรุงประมวลจริยธรรมของข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2564 พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 และออก กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการควบคุมมาตรฐานทางจริยธรรมของข้าราชการตำรวจ 2) เพิ่มคุณสมบัติทางจริยธรรมในการคัดเลือกและการทดลองงาน พัฒนาแบบวัดในการประเมินผลการปฏิบัติราชการตามตัวชี้วัดในประมวลจริยธรรมของข้าราชการตำรวจ และนำผลการประเมินไปใช้ในการบริหารงานบุคคล 3) พัฒนาหลักสูตรด้านคุณธรรมจริยธรรม สำหรับผู้เรียนก่อนทำงานและสำหรับตำรวจ และ 4) เผยแพร่ความดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจแก่สังคม และแจ้งเบาะแสเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม

本研究专著共采用三类研究方法,分别为文献研究、质性研究与定量研究,旨在达成三项核心目标:其一,探究泰国警察伦理标准的监督与管控机制;其二,对比分析泰国、英国、德意志联邦共和国、日本四国警察伦理标准监督管控的核心理念与法律制度框架;其三,提出可有效提升泰国警察伦理标准监督管控效能的优化路径。本研究共遴选46名精准匹配的受访者作为研究样本,所用研究工具包括记录表单、半结构化访谈提纲与评估量表。其中,质性数据分析采用内容分析法,定量数据分析则通过计算题项与研究主题的契合度完成。本研究结果显示,泰国警察群体存在伦理失范问题。影响警察伦理行为的核心因素包括个体层面的自我管控、组织内部与外部的伦理标准监督管控机制。内部管控体系是警察伦理标准监督管控的关键工具,但公众对警察投诉处理流程普遍缺乏信任,因此构建外部管控体系具有必要性。通过对四国法律监管框架的对比分析,发现其警察伦理管控体系存在五点共性:1. 警察伦理标准的核心理念契合法律制定初衷,以公共利益为核心导向;2. 伦理准则、基础性法律等规范性文件均明确规定了公职人员与警察的优良伦理行为框架;3. 伦理监督管控机制均包含层级负责制的内部问责体系与外部监督机制;4. 均设立公众与公职人员的投诉、举报渠道;5. 违反伦理标准的警员仅会受到适度的纪律处分,未设置严厉处罚措施。同时,四国警察伦理管控的法律框架也存在四点差异:1. 英国与威尔士的警察伦理准则覆盖范围最广;2. 自我举报违规行为的条款仅见于英国与威尔士的警察伦理准则;3. 泰国未设立专门的民间委员会,依据法律处理警察投诉案件;4. 德意志联邦共和国的基础性法律规定,公职人员若违反行政职责,其所属机构需承担连带责任。针对泰国警察伦理标准监督管控体系的优化建议如下:1. 修订佛历2564年(公元2021年)《警察公务员伦理准则》、佛历2565年(公元2022年)《国家警察法》,并出台《警察公务员伦理标准管控政令(ก.ตร.)》;2. 在警员招录与试用环节增设伦理素质考察维度,开发基于警察公务员伦理准则的绩效评估指标体系,并将评估结果应用于人力资源管理工作;3. 开发针对警员入职前培训与在职警员的伦理素养课程体系;4. 向社会宣传优秀警员的先进事迹,并曝光存在不当行为的警员。
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-06-14
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务