กำลังแรงยึดแบบเฉือนระหว่างเซโรเมอร์กับวัสดุบูรณะฟันเรซิน คอมโพสิตภายหลังการปรับปรุงพื้นผิวด้วยวิธีต่างๆ และเพิ่มการบ่มตัวด้วยความร้อน
收藏DataCite Commons2022-05-03 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/CU.the.2002.584
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษากำลังแรงยึดแบบเฉือนระหว่างเซโรเมอร์ กับเรซิน คอมโพสิตภายหลังจากการปรับปรุงพื้นผิวในรูปแบบต่างๆ 3 ประเภท คือ การเป่าทราย การใช้กรดกัดพื้นผิวและการเคลือบพื้นผิว และทดสอบการให้ความร้อนภายหลังการยึดด้วยเรซิน คอมโพสิต โดยเตรียม Targis รูปดิสก์ (ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 9 มิลลิเมตร หนา 2 มิลลิเมตร) จำนวน 110 ชิ้น ในตอนที่ 1 ศึกษาการปรับปรุงพื้นผิวในรูปแบบต่างๆ โดยแบ่ง 8 กลุ่ม กลุ่มละ 10 ชิ้น ทำการปรับปรุงพื้นผิว 4 แบบ คือ แบบที่ 1) เป่าทรายด้วยผงอะลูมิเนียม อ็อกไซด์ ขนาดอนุภาค 50 ไมครอน แบบที่ 2) เป่าทรายและกรดฟอสฟอริกร้อยละ 37 โดยน้ำหนัก แบบที่ 3) เป่าทรายและสารซีเลน และแบบที่ 4) เป่าทราย กรดฟอสฟอริกร้อยละ 37 โดยน้ำหนักและสารซีเลน จากนั้นทำการยึดด้วยเรซิน คอมโพสิต โดยที่กลุ่มที่ 1-4 ทำการยึดด้วย Z 250 ในขณะที่กลุ่มที่ 5-8 ทำการยึดด้วย Tetric Ceram จากนั้นทดสอบกำลังแรงยึดแบบเฉือนด้วยเครื่องลอยด์ อินสตรูเมนต์ ความเร็วของหัวทดสอบ 0.75 มิลลิเมตรต่อนาที นำข้อมูลมาทดสอบทางสถิติด้วยการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว แล้วทำการเปรียบเทียบเชิงซ้อนแบบทูกีย์ โดยได้ผลการทดลองดังนี้คือ กลุ่มที่ 3 มีค่าเฉลี่ยของกำลังแรงยึดแบบเฉือนมากที่สุด คือ 6.7 +- 1.3 เมกะปาสคาล โดยที่กลุ่มที่ 1 กลุ่มที่ 3 และกลุ่มที่ 4 มีค่าเฉลี่ยของกำลังแรงยึดแบบเฉือนไม่แตกต่างกันที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 ตอนที่ 2 ศึกษาผลของกำลังแรงยึดแบบเฉือนเมื่อบ่มด้วยความร้อน โดยสุ่มตัวอย่าง 30 ชิ้น และแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม (กลุ่มที่ 9-11) ทุกกลุ่มทำการปรับปรุงพื้นผิวและยึดด้วยเรซิน คอมโพสิตเหมือนกับกลุ่มที่ 3 จากนั้นบ่มด้วยความร้อนที่อุณหภูมิต่างๆกันเป็นเวลา 2 นาที คือ 41 46 และ 60 องศาเซลเซียสตามลำดับ ทำการทดสอบและวิเคราะห์ทางสถิติเหมือนตอนที่ 1 โดยได้ผลการทดลองดังนี้คือ กลุ่มที่ 11 มีค่าเฉลี่ยของกำลังแรงยึดแบบเฉือนมากที่สุด คือ 11.26 + 1.8 เมกะปาสคาล กลุ่มที่ 9 กลุ่มที่ 10 และกลุ่มที่ 11 มีค่าเฉลี่ยของกำลังแรงยึดแบบเฉือนแตกต่างกับกลุ่มที่ 3 ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 การวิจัยนี้มีข้อแนะนำในการยึด Targis ว่าการปรับสภาพผิวด้วยการเป่าทรายและการทาสารซีเลน เป็นวิธีการที่เหมาะสมและให้ประสิทธิภาพดีที่สุด และเมื่อเพิ่มการบ่มด้วยความร้อนที่อุณหภูมิคงที่ 41 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 2 นาที ภายหลังจากการยึดจะทำให้ค่าเฉลี่ยของกำลังแรงยึดแบบเฉือนเพิ่มขึ้น
本研究旨在探究经三种不同表面处理方式后,Targis陶瓷圆盘(Targis ceramic disk)与复合树脂(composite resin)之间的剪切黏结强度(shear bond strength),并开展黏结后的热老化测试。本研究共制备110件Targis陶瓷圆盘(直径9毫米,厚度2毫米)。第一阶段实验:针对不同表面处理方案展开研究,将样品分为8组,每组10件,共设置4种表面处理方式:方案1)采用粒径50微米的氧化铝颗粒喷砂处理;方案2)喷砂联合37wt%磷酸酸蚀处理;方案3)喷砂联合硅烷偶联剂(silane coupling agent)处理;方案4)喷砂联合37wt%磷酸酸蚀与硅烷偶联剂处理。随后使用复合树脂进行黏结,其中第1-4组采用Z 250树脂,第5-8组采用Tetric Ceram树脂。采用万能试验机(universal testing machine)以0.75毫米/分钟的加载速度开展剪切黏结强度测试,通过单因素方差分析(one-way analysis of variance, ANOVA)进行统计学检验,并借助Tukey多重比较检验进行组间两两比较。实验结果显示:第3组的剪切黏结强度平均值最高,为6.7±1.3兆帕(MPa);第1、3、4组的剪切黏结强度平均值在0.05显著性水平下无显著差异。第二阶段实验:探究热老化对剪切黏结强度的影响,随机抽取30件样品分为3组(第9-11组),所有组均采用与第3组相同的表面处理与黏结方案,随后分别在41℃、46℃、60℃下保温2分钟。采用与第一阶段相同的方法开展测试与统计学分析,结果显示:第11组的剪切黏结强度平均值最高,为11.26±1.8兆帕;第9、10、11组的剪切黏结强度平均值与第3组相比,在0.05显著性水平下存在显著差异。本研究结论建议:针对Targis陶瓷试件,采用喷砂联合硅烷偶联剂的表面处理方案为最优选择,可获得最佳黏结性能;且在黏结后于41℃恒温保温2分钟,可进一步提升剪切黏结强度平均值。
提供机构:
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
创建时间:
2022-05-03



